ข้ามไปยังเนื้อหา

รายละเอียดเหล็กและแบบขั้นสูง (Advanced Rebar & Documentation)

[!IMPORTANT] บทนี้ต่อจากบท Documentation โดยจะพาจาก schedule พื้นฐานไปสู่ BBS, mark งานเหล็ก, lap splice, coupler และชุด shop drawing ระดับ production

[!NOTE] สถานะของบทนี้: Advanced / Optional บทนี้เหมาะกับคนที่เริ่มทำ shop drawing, BBS และงานเหล็กระดับ production ถ้าคุณยังอยู่ในช่วงฝึกวางเหล็กและจัดเอกสารพื้นฐาน บท 05 และบท 08 เพียงพอสำหรับเริ่มต้น

จากบทเหล็กเดิม เรา “วางเหล็กได้” แล้ว แต่ในงานจริงยังต้องทำอีก 4 เรื่อง:

  • แยกเหล็กเป็นกลุ่มที่หน้างานอ่านได้
  • จัด Mark / Partition / BBS ให้ตรวจย้อนกลับได้
  • วางรายละเอียดต่อทาบและ coupler ตามสมมติฐานการก่อสร้าง
  • ทำ shop drawing ที่ดูแล้วสร้างได้จริง

Parameterใช้ทำอะไร
Partitionแยกหมวด Column / Beam / Slab / Wall / Foundation
Commentsใส่ Mark เช่น C1-M1, B1-S1
Schedule Markใช้ผูกกับ BBS
ชิ้นส่วนMark ตัวอย่าง
เหล็กแกนเสาC1-M1
ปลอกเสาC1-S1
เหล็กบนคานB1-T1
เหล็กล่างคานB1-B1
ปลอกคานB1-S1

[!TIP] Mark ที่ดีต้องอ่านแล้วรู้ทันทีว่าเป็นเหล็กของ host ใด และเป็นชุดประเภทไหน


ในโมเดล workshop เรามักวางเหล็กเป็นเส้นยาวต่อเนื่องเพื่อให้ง่ายต่อการเรียน แต่ในงานจริงต้องพิจารณา:

  • ความยาวเหล็กที่สั่งซื้อได้
  • ตำแหน่งต่อทาบที่อนุญาต
  • การใช้ mechanical coupler
  • ระยะ clear spacing รอบจุดต่อ

ใช้เมื่อเป้าหมายคือแบบก่อสร้างทั่วไป:

  1. วาง rebar set หลักให้ครบก่อน
  2. ใช้ Detail Callout หรือ Section เฉพาะจุด
  3. ใส่ Text/Keynote ระบุ:
    • Lap length
    • Coupler type
    • ตำแหน่งต่อเหนือ/ใต้พื้น

ใช้เมื่อทำ shop drawing ลึก:

  1. Duplicate ชุดเหล็กหลัก
  2. ปรับความยาวให้เป็นแต่ละท่อน
  3. กำหนด Mark แยกต่อท่อน
  4. ใช้ BBS แยกจำนวนและความยาวจริง

[!WARNING] ถ้าแยกเหล็กเป็นท่อนจริง ต้องคุม Mark และ Schedule อย่างเข้มงวด ไม่อย่างนั้น BBS จะสับสนมากกว่าง่ายขึ้น


Viewใช้กับอะไร
Plan Rebarเหล็กพื้น / เหล็กผนัง
Beam Sectionเหล็กคาน
Column Sectionเหล็กเสา
Foundation Sectionเหล็กฐานราก
3D Rebar QAตรวจการชนและการวางตัว
  • Section - Rebar Dense
  • Plan - Slab Rebar
  • Plan - Wall Rebar
  • 3D - Rebar Review

เมื่อ section หลักเริ่มแน่นเกินไป ให้ตัด callout เฉพาะจุด:

  • หัวเสา-คาน
  • หัวเสา-พื้น
  • ขอบช่องเปิด
  • ปลายคาน
  • รอยต่อผนัง-พื้น
  1. Cover
  2. Main bars
  3. Stirrups / ties
  4. Lap หรือ coupler
  5. Reference notes

นอกจาก Bar Diameter, Shape, Quantity, Total Bar Length ให้เพิ่ม:

Fieldเหตุผล
Commentsใช้เป็น Mark
Partitionแยกหมวด host
Host Mark หรือค่าที่เทียบเท่าผูกกลับไปยังชิ้นส่วน
Bar Lengthตรวจรายชิ้น
MarkHostDiaShapeQtyEach LengthTotal Length
C1-M1C1DB25M_001211800141600

  1. Plan หรือ Section หลัก
  2. Callout รายละเอียด
  3. Notes
  4. BBS ย่อ
  5. General legend / standard notes
  • ยัดทั้งแปลนและเหล็กทุกชั้นลง Sheet เดียว
  • ใช้ rebar view ที่ไม่ได้ตั้ง template แล้ว linework รก
  • ปล่อย Mark ซ้ำใน sheet เดียวกัน

  1. Mark ไม่ซ้ำ
  2. Partition ถูกต้อง
  3. View scale เหมาะกับความหนาแน่นเหล็ก
  4. Cover และ spacing อ่านได้จริง
  5. Callout ตรงกับ host จริง
  6. BBS รวมยอดได้
  7. เปิด PDF ทดสอบแล้วตัวอักษรไม่ทับกัน

บทนี้คือสะพานจาก “โมเดลเพื่อเรียนรู้” ไปสู่ “โมเดลเพื่อหน้างาน” ยิ่งงานเหล็กละเอียดเท่าไร การคุม Mark, View, และ BBS ยิ่งสำคัญกว่าการวางเหล็กอย่างเดียวครับ