ข้ามไปยังเนื้อหา

บันไดโครงสร้าง (Structural Stairs)

[!IMPORTANT] ลำดับการทำงานของบทนี้

  1. สร้างบันไดช่วง F1-F2 ให้ geometry ถูกก่อน
  2. เจาะช่องบันได (shaft opening) ให้ครบ
  3. ใส่เหล็กเฉพาะบันไดต้นแบบ F1-F2
  4. ค่อยทำ Multistory Stairs
  5. สุดท้ายจึง copy เหล็กขึ้นชั้นอื่น

ถ้าสลับลำดับ โดยเฉพาะทำ multistory ก่อนแล้วคาดหวังว่า rebar จะตามขึ้นไปเอง มักหลงและแก้งานยาก

ใน workshop นี้ เราจะใช้บันไดคอนกรีตหล่อในที่ (Monolithic Stairs) เป็นตัวอย่างสำหรับสร้างบันไดหนีไฟจากชั้น F1 ขึ้นไป F2

  1. เปิดแปลน F1 ในมุมมองแปลนที่ใช้ทำงานจริงของโปรเจกต์นี้ โดยแนะนำให้ใช้ Structural Plans
    • ถ้าในไฟล์ของคุณมีทั้ง Floor Plans และ Structural Plans ให้เลือก view ที่ visibility ของโครงสร้างอ่านง่ายและสอดคล้องกับบทก่อนหน้า
  2. ไปที่แถบ Architecture เลือกคำสั่ง Stair (หรือพิมพ์ Stair ในช่อง Search)
    • หมายเหตุ: บันไดอยู่ในหมวด Architecture ถึงแม้จะเป็นฉบับโครงสร้างก็ตาม
  3. ในช่อง Properties (ซ้ายมือ):
    • เลือก Type เป็น Monolithic Stair
    • Base Level: F1
    • Top Level: F2
    • โปรแกรมจะคำนวณ Desired Number of Risers (จำนวนขั้น) ให้อัตโนมัติ (เช่น 17 ขั้น สำหรับความสูงชั้น 3,000 มม.)
  4. บนแถบ Ribbon ให้แน่ใจว่าเลือกปุ่ม Straight (บันไดทางตรง) และ Run Center

[!NOTE] Revit คำนวณบันไดอย่างไร? เมื่อคุณป้อน Base Level (F1) และ Top Level (F2) โปรแกรมจะรู้ว่าความสูงระหว่างชั้นคือ 3,000 มม. แล้วหาจำนวนขั้นที่เหมาะสมให้อัตโนมัติ

ค่าที่ Revit คำนวณให้:

ค่าตัวเลข
ความสูงชั้น F1→F23,000 mm
Desired Number of Risers17 ขั้น
Actual Riser Height (R)176.5 mm
Actual Tread Depth (T)280.0 mm

ตรวจสอบมาตรฐานบันไดหนีไฟ (กฎกระทรวง):

  • ✅ Riser ≤ 200 mm → 176.5 ✓
  • ✅ Tread ≥ 250 mm → 280 ✓
  • ✅ สูตรการยศาสตร์ 2R + T ≈ 600–650 mm → 2(176.5) + 280 = 633 mm (อยู่ในเกณฑ์เดินสบาย)

[!IMPORTANT] ตารางนี้เป็นเพียง checkpoint สำหรับ workshop เพื่อเช็กสัดส่วนบันไดเบื้องต้น ไม่ใช่การยืนยัน code compliance แบบครบถ้วน หากนำไปใช้กับงานจริง ต้องตรวจข้อกำหนดอาคาร, fire egress, headroom, ความกว้าง, handrail และข้อกำหนดท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

  1. เริ่มวาด:
    • คลิกจุดแรกเพื่อเริ่มวาดบันไดล่างสุด
    • ลากเมาส์ไปข้างหน้า สังเกตตัวอักษรสีเทาที่บอกว่ากี่ขั้นถูกสร้างแล้ว
    • เมื่อได้จำนวนขั้นช่วงแรกตามที่ต้องการ ให้คลิก 1 ที เพื่อสร้างชานพัก (Landing)
    • เลื่อนเมาส์ไปด้านข้างเพื่อเว้นระยะชานพัก แล้วคลิกเพื่อเริ่มวาดช่วงที่ 2 ทิศทางกลับหลัง
    • ลากต่อจนตัวนับขึ้นครบ Desired Number of Risers ของบันไดนั้น แล้วคลิกจบ
  2. โปรแกรมจะสร้างชานพักเชื่อมให้แบบอัตโนมัติ
  3. กดปุ่ม Finish Edit Mode (เครื่องหมายถูกสีเขียว)
  4. ไปที่ 3D View เพื่อดูผลลัพธ์การเทคอนกรีตบันได

[!TIP] Checkpoint หลังสร้างบันได 1 ช่วง

  • บันไดขึ้นจาก F1 ถึง F2 จริง
  • จำนวน risers ครบตามที่ Revit คำนวณ
  • มี landing เชื่อม run ทั้งสองช่วง
  • 3D แล้วไม่เห็นบันไดขาด, กลับทิศ, หรือจบไม่ถึงชั้นบน

สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้! พื้น (Floor Slab) ทุกชั้นในโมเดลเป็นผืนแบนทึบ ถ้าไม่เจาะช่องไว้ บันไดก็จะขึ้นไปไม่ได้! เราต้องสร้าง Shaft Opening ซึ่งเป็นช่องทะลุผ่านพื้นทุกชั้นพร้อมกันในคลิกเดียวครับ

  1. ไปที่แปลน F1
  2. ไปที่เมนู Architecture > Opening > Shaft
  3. โปรแกรมจะเข้าโหมดวาดเหมือนวาดพื้น ให้ วาดรูปสี่เหลี่ยมครอบรอบช่องบันไดทั้งหมด (ครอบบันได + ชานพัก เผื่อระยะราวบันไดไว้นิดหน่อย)
  4. ก่อนกด Finish ให้ดูที่ Properties ทางซ้ายมือ:
    • Base Constraint: F1
    • Top Constraint: Roof (หรือชั้นสูงสุดที่ต้องการ)
  5. กด Finish Edit Mode (เครื่องหมายถูกสีเขียว)

[!TIP] ไปดูใน 3D View โดยใช้ Section Box หั่นเข้าตรงช่องบันได จะเห็นว่าพื้นทุกชั้นมีรูโหว่เจาะทะลุพอดีกับบันไดเลย


[!IMPORTANT] ให้ทำเหล็กของบันไดช่วง F1-F2 เป็นต้นแบบก่อน แล้วค่อยทำ Multistory Stairs ในหัวข้อ 4 เพราะ Revit จะโคลนเฉพาะตัวบันได (Geometry) ไปยังชั้นอื่น ส่วน Rebar ต้องคัดลอกขึ้นชั้นอื่นด้วย Paste Aligned to Selected Levels อีกขั้นตอนหนึ่ง ครับ

ตำแหน่งเบอร์ระยะShapeOrientation
Main Bottom (ท้องบันได)DB16@ 150 mmM_00Parallel to Work Plane
Main Top (หน้าบันได)DB16@ 150 mmM_00Parallel to Work Plane
Distribution (ขวาง)DB12@ 200 mmM_00Perpendicular to Cover

ตำแหน่งเหล็กเสริมบันไดคอนกรีต : Main Bottom DB16@150 + Main Top DB16@150 + Distribution DB12@200

[!NOTE] Revit จะ Default เป็น DB12 และ Single ทุกครั้งที่เปิด Rebar ใหม่ ต้องเปลี่ยน Rebar Bar เป็น DB16 และ Layout Rule เป็น Maximum Spacing ทุกครั้ง!


  1. เปิดแปลน F1 (Structural Plans)
  2. กดคีย์ลัด SE (Section) ลากเส้นตัด ตามแนวยาว ของบันได Run 1 (ฝั่งใดฝั่งหนึ่งของตัว U) — ต้องเห็นบันไดเป็น รูปขั้นๆ ไม่ใช่เส้นแบน
  3. ดับเบิลคลิก ที่หัวลูกศร Section เพื่อเปิดหน้า Section View
  4. ตั้ง Detail Level เป็น Fine (มุมซ้ายล่าง) ถ้าไม่ทำจะมองไม่เห็นเหล็ก

[!TIP] เส้น Section ต้องไม่ผ่านชานพัก (Landing) ให้ผ่าแค่ช่วงขั้นบันได (Run) ชิ้นเดียว พอเข้าหน้า Section แล้วควรเห็นบันไดเป็น “รูปซิกแซกขั้นๆ” ตลอดแนว ถ้าเห็นแค่เส้นแบน แสดงว่าผ่าผิดจุด ให้ลบแล้วลากใหม่


  1. ในหน้า Section คลิกที่เนื้อปูนบันได Run 1 (ส่วนเอียงมีขั้น) ให้เป็นสีน้ำเงิน
    • ถ้าคลิกแล้วได้ “Multistory Stairs” ใน Properties → กด Tab ซ้ำๆ จนได้ “Stair” หรือ “Stair Run” แล้วคลิกยืนยัน
  2. กด RB (Rebar)
  3. ตั้งค่าบน Ribbon และ Properties:
    • Rebar Bar: เปลี่ยนเป็น DB16
    • Shape: เลือก M_00
    • Placement Orientation: เลือก Parallel to Work Plane
    • Layout Rule: Maximum Spacing / Spacing: 150
  4. เลื่อนเมาส์ไปชี้แถว ขอบล่างของส่วนเอียง (ท้องบันได) — เส้นเหล็กจะ เอียงทาบตามท้องบันไดให้เองอัตโนมัติ!
  5. คลิกวาง — ได้ Main Bottom Run 1 ✅
  6. กด Esc ออกจากโหมด Rebar

เหล็กเส้นนี้วางที่ ขอบบนของส่วนเอียง (หน้าบันไดด้านบน) — ช่วยรับสภาวะแรงตามตำแหน่งของบันได โดยเฉพาะบริเวณโมเมนต์ลบ/ผิวบน และช่วยควบคุมรอยแตกร้าว:

  1. คลิก Run 1 อีกครั้ง → กด RB
  2. ตั้งค่า เหมือน Main Bottom ทุกอย่าง (DB16, M_00, Parallel to Work Plane, Max Spacing 150)
  3. คราวนี้เลื่อนเมาส์ไปชี้ที่ ขอบบนของส่วนเอียง (หน้าบันได) แทน
  4. คลิกวาง — ได้ Main Top Run 1 ✅
  5. กด Esc

Run 2 เป็นชิ้นส่วนแยกจาก Run 1 ต้องทำซ้ำ ทั้ง Bottom และ Top:

  1. คลิกที่บันได Run 2 (ช่วงบน) → กด Tab จนได้ Stair Run → คลิกยืนยัน
  2. กด RB → DB16, Parallel to Work Plane, Max Spacing 150
  3. ชี้เมาส์ที่ ท้องบันไดช่วงบน → คลิกวาง (Main Bottom Run 2) ✅
  4. คลิก Run 2 อีกครั้ง → กด RB → ตั้งค่าเดิม
  5. ชี้เมาส์ที่ ขอบบน (หน้าบันได) → คลิกวาง (Main Top Run 2) ✅

เหล็กกระจายวางขวางทิศบันได ในหน้า Section จะเห็นเป็น จุดกลมๆ เรียงตามท้องบันได:

สำหรับ Run 1:

  1. คลิก Run 1 → กด RB
  2. ตั้งค่า:
    • Rebar Bar: DB12
    • Shape: M_00
    • Placement Orientation: Perpendicular to Cover
    • Layout Rule: Maximum Spacing / Spacing: 200
  3. ชี้เมาส์ที่ ท้องบันได (ขอบล่าง) — จะเห็นจุดกลมๆ เรียงตามแนวเอียง
  4. คลิกวาง ✅

สำหรับ Run 2: ทำซ้ำขั้นตอนเดิมทุกอย่างกับ Run 2


ตำแหน่งเหล็กชานพัก : Bottom X/Y + Top X/Y DB12@200 (EF)

ชานพักเป็นแผ่นพื้นแบนระหว่าง Run 1 กับ Run 2 ต้องใส่เหล็กแยก:

  1. ผ่า Section ใหม่ ตามแนวขวาง ผ่ากลางชานพัก (เห็นชานพักเป็นแผ่นแบนๆ)
  2. คลิกเลือก ชานพัก → กด RB
  3. ตั้งค่า:
    • Rebar Bar: DB12
    • Shape: M_00
    • Placement Orientation: Parallel to Work Plane
    • Layout: Maximum Spacing / Spacing: 200
  4. วาง Bottom แนว X ที่ท้องชานพัก → วาง Top แนว X ที่ผิวบน
  5. ทำซ้ำแนว Y (Perpendicular to Cover)

[!TIP] ตรวจสอบใน 3D View: เลือกเหล็กทั้งหมด → ไปที่ Properties > View Visibility States > Edit → ติ๊ก View Unobscured ที่ {3D} → กด OK จะเห็นเหล็กเป็นแท่ง 3D ทะลุปูนบันไดให้ตรวจสอบความครบถ้วนได้ทันที!

(ทริค: การขึงเหล็กบันไดแบบซับซ้อน (Hook ปลาย, Starter Bar) มักนิยมใช้คำสั่ง Free Form Rebar หรือใช้ Plugin อย่าง SOFiSTiK เพื่อความสะดวกในงานจริง)


[!IMPORTANT] Multistory Stairs โคลนเฉพาะ โครงสร้างบันได (Geometry) เท่านั้น — ไม่โคลนเหล็กเสริมครับ!

นี่คือ Known Limitation ของ Revit:

  • ❌ เหล็กที่ใส่ก่อน Multistory → ไม่โคลนขึ้นชั้นบนโดยอัตโนมัติ
  • ❌ Disconnect/Reconnect Levels → ไม่ช่วยโคลนเหล็กเช่นกัน
  • วิธีเดียวที่ใช้ได้จริง: Copy เหล็ก → Paste Aligned to Selected Levels (ดูหัวข้อ 4.2)

ลำดับที่แนะนำ:

  1. สร้างบันได F1-F2 และใส่เหล็กให้ครบ
  2. ทำ Multistory Stairs (Select Levels) → F3-F30
  3. Copy เหล็กจาก F1 → Paste Aligned to F2-F29

[!NOTE] Logic ของช่วงชั้นในหัวข้อนี้

  • บันไดต้นแบบคือช่วง F1-F2
  • เมื่อใช้ Select Levels กับ F3-F30 โปรแกรมจะโคลน geometry ของบันไดขึ้นไปเป็นช่วง F2-F3 จนถึง F29-F30
  • ดังนั้นเวลา copy เหล็ก จึงต้อง paste ไปที่ F2-F29 เพื่อให้แต่ละชุดไปเกาะกับช่วงบันไดปลายทางที่มีอยู่จริง
  • Roof ไม่ได้ถูกใส่ไว้ในขั้นนี้ เพราะตัวอย่างของหนังสือไม่ได้ทำช่วงบันได F30-Roof เป็นส่วนของ workflow หลัก
  1. เปิดมุมมอง 3D View หรือ Elevation ที่เห็นตึกครบทุกชั้น
  2. คลิกเลือก ตัวบันได F1-F2 (Properties = Stairs ไม่ใช่ Multistory Stairs)
  3. บน Ribbon คลิกปุ่ม Select Levels (หมวด Multistory Stairs)
    • ปุ่มนี้จะปรากฏเฉพาะตอนเลือก Stairs ปกติ (ก่อนเป็น Multistory) เท่านั้น
  4. คลิกที่เส้น Level ชั้น F3 ถึง F30 ทีละเส้นเพื่อเลือก
    • เส้น Level ที่เลือกแล้วจะไฮไลต์สีน้ำเงิน
  5. กดปุ่ม Finish (✓ สีเขียว)
  6. รอโหลดสักครู่… บันไดจะทอดยาวครบ 30 ชั้น! ✅

[!NOTE] หลังจากใช้ Select Levels แล้ว บันไดจะกลายเป็น Multistory Stairs ถ้าจะแก้ไขชั้นภายหลัง ต้อง Tab เลือก Multistory Stairs (ไม่ใช่ Stairs) ก่อน ถึงจะเห็นปุ่ม Connect/Disconnect Levels บน Ribbon ครับ

[!NOTE] Revit ไม่โคลนเหล็กทีหลังผ่าน Multistory ต้องใช้วิธี Copy แทน — Disconnect/Reconnect ก็ไม่ช่วยเรื่องเหล็กครับ

  1. เปิด Section View บันได F1-F2 ที่มีเหล็กอยู่
  2. ลากเมาส์ครอบเหล็กทั้งหมด ในช่วง F1-F2 (Run1, Run2, Landing)
  3. กด Filter → ติ๊กเฉพาะ Structural Rebar → OK
  4. กด Ctrl+C
  5. ไปที่ Modify > Clipboard > Paste > Aligned to Selected Levels
  6. เลือกชั้น F2 ถึง F29 ทั้งหมด → กด OK
  7. เหล็กจะ Copy ไปทุกชั้นทันที! ✅

[!WARNING] เลือกช่วงชั้นผิดแล้วผลจะเพี้ยนทั้งชุด ก่อนกด OK ให้ทวนอีกครั้งว่าคุณกำลังคัดลอกจากช่วงบันได F1-F2 ไปยังระดับต้นทางของช่วงถัดไปจริง จึงต้องเลือก F2 ถึง F29 หลัง paste เสร็จ ให้เปิดตรวจอย่างน้อย 1 ชั้นกลางของอาคารเพื่อยืนยันว่าเหล็กไม่ซ้อน ไม่ขาด และไม่ตกชั้น

[!TIP] ข้อดีของ Multistory Stairs คือ หากมีการแก้ไข geometry ของบันไดชั้นแรก บันไดชั้นบนจะอัปเดตตามโดยอัตโนมัติ (แต่เหล็กที่คัดลอกด้วย Paste Aligned จะไม่อัปเดตตาม และต้องคัดลอกใหม่หากมีการเปลี่ยนแปลงสเปก)

[!WARNING] Checkpoint หลัง Copy เหล็กบันได ให้สุ่มเปิดอย่างน้อย 1 ชั้นกลางอาคาร เช่น F10-F11

  • เหล็กไม่ตกชั้นหรือซ้อนกันสองชุด
  • landing มีเหล็กครบ
  • section ของชั้นปลายทางยังเห็นเหล็กอยู่ในเนื้อคอนกรีต ไม่ลอยนอก host