ข้ามไปยังเนื้อหา

เหล็กเสริม (Reinforcement)

ก่อนใส่เหล็กใน Revit ต้องเตรียมผลออกแบบจาก ETABS ไว้ก่อน:

ชิ้นส่วนชื่อเหล็กแกน (Main Bar)เหล็กปลอก (Stirrup)
เสา C1800×80012-DB25 (รอบเสา)DB12 @150 mm
คาน B1300×600บน: 5-DB20, ล่าง: 3-DB20DB10 @200 mm
พื้น S1t = 200 mmBottom: DB16@200 EF + Top: DB12@200 EF

[!NOTE] ค่าเหล็กด้านบนเป็นตัวอย่างจาก Workshop คอนโด 30 ชั้นครับ ถ้าคุณออกแบบเอง ให้ดูค่าจาก ETABS ที่ Design > Concrete Frame Design > Display Design Info แล้วอ่านค่า Rebar Area

[!NOTE] สถานะของข้อมูลในบทนี้

  • วิธีเลือก host, การวาง rebar, การตั้ง cover และการแสดงผล เป็น Revit behavior
  • ขนาดเหล็กและระยะห่างในตัวอย่างนี้เป็น project assumption / workshop value
  • ก่อนนำไปใช้กับงานจริง ให้ยืนยันกับผลออกแบบ, shop drawing standard และข้อกำหนดของทีมอีกครั้ง

[!CAUTION] ก่อนเริ่มใส่เหล็ก แนะนำให้บันทึกไฟล์ (Ctrl+S) การแสดงผลเหล็กเสริม 3D ในโมเดลตึก 30 ชั้นใช้ทรัพยากรเครื่องค่อนข้างมาก (โดยเฉพาะเครื่องที่ RAM 8 GB) จึงควรบันทึกโปรเจกต์อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนเริ่มทำงานต่อ


[!IMPORTANT] Prerequisite ก่อนเริ่มบทเหล็ก บทนี้จะทำตามได้ลื่นก็ต่อเมื่อ:

  • ทำบท 04 จนมี host ครบแล้ว (เสา, คาน, พื้น, ฐานราก)
  • มุมมองที่จะใช้วางเหล็กตั้ง Detail Level = Fine
  • ตรวจ Rebar Cover ของ host หลักให้ถูกก่อน ถ้า host ยังวางผิดชั้นหรือยังไม่มี cover ที่ตั้งใจไว้ ให้แก้ host ก่อนแล้วค่อยใส่เหล็ก

[!IMPORTANT] เส้นทางการเรียนในบทนี้

  • Main path ของหนังสือคือ: วางเหล็กด้วย Manual Rebar + คัดลอกด้วย Copy + ตรวจซ้ำใน Plan / Section / 3D
  • Advanced path คือ: ใช้ Propagate Rebar, ปรับ workflow ข้าม host หลายรูปแบบ, หรือขยับไปงาน production detailing
  • ถ้าคุณกำลังฝึกรอบแรก ให้ยึด Main path อย่างเดียวก่อน แล้วค่อยย้อนมาลองส่วน advanced ภายหลัง

Revit ไม่ได้โหลด Family เหล็กเสริมมาให้ทุกรูปร่าง ต้องเช็คก่อน:

  1. ไปที่ Structure > Rebar (หรือกด RB)
  2. ดูใน Properties ว่ามี Rebar Shape ให้เลือกหรือไม่
  3. ถ้าไม่มี หรือ มีน้อย ให้ Load Family เพิ่ม:
    • คลิก Load Family (icon ใน Ribbon)
    • ไปที่โฟลเดอร์สำหรับโหลดเหล็กโดยเฉพาะ: Structural Rebar Shapes
    • เลือก Shape ที่ต้องการ:
Shapeรหัส Shape (สำหรับค้นหา)ใช้สำหรับ
เส้นตรงM_00เหล็กแกน (Main Bar), เหล็กพื้น
สี่เหลี่ยมปิดM_T1เหล็กปลอก (Stirrup)
ตัว LM_17เหล็กงอหัว
ตัว UM_21เหล็กปลอก U-Shape
  1. เลือกทั้งหมดที่ต้องใช้แล้วกด Open (สำหรับ Revit 2025/2026 แนะนำให้ใช้คำสั่ง Insert > Load Autodesk Family ค้นหา Rebar Shape จะรวดเร็วกว่า)

🛠️ การสร้างเหล็กมาตรฐานไทย (TIS) จากเหล็กฝรั่ง (Metric)

หัวข้อที่มีชื่อว่า “🛠️ การสร้างเหล็กมาตรฐานไทย (TIS) จากเหล็กฝรั่ง (Metric)”

โดยปกติโปรแกรมจะมีเหล็กมาตรฐานยุโรป/อเมริกาให้มา (เช่น 13M, 25M) จึงต้องปรับให้สอดคล้องกับระบบเหล็กข้ออ้อย (DB) ที่ใช้ในตัวอย่างนี้ก่อนใช้งาน:

  1. เลือกเหล็กสมมติขึ้นมา 1 เส้น (เช่น 13M) ใน Properties ทางซ้ายมือ
  2. ลงมากดปุ่ม Edit Type
  3. กด Duplicate แล้วตั้งชื่อใหม่เป็น DB12
  4. แก้ไขค่า Model Bar Diameter และ Bar Diameter ให้เป็น 12.0 mm ถ้วนๆ ทั้งคู่ (ถ้าแก้แค่ Bar Diameter โมเดล 3D จะยังอ้วนเท่าเดิม)
  5. กด OK (ทำวิธีเดียวกันนี้เพื่อสร้างเหล็ก DB25 โดย Duplicate จาก 25M แล้วแก้ Diameter เป็น 25.0 mm)

สเปคเหล็กเสา C1 : 12-DB25 รอบเสา + ปลอก DB12@150

[!IMPORTANT] Decision Table ก่อนคัดลอกเหล็ก

  • สำหรับผู้เริ่มต้น ให้ถือ Copy เป็นทางหลักก่อน เพราะคุมผลลัพธ์ได้ง่ายกว่า
  • host geometry เหมือนกันมาก และตำแหน่งยึดใกล้เคียงกันจริง: ค่อยพิจารณา Propagate Rebar
  • host ต่างกัน, มีคานชนไม่เท่ากัน, หรือเคยขึ้น warning ว่าเหล็กอยู่นอก host: ใช้ Copy แทน
  • หลังวางหรือคัดลอกทุกครั้ง: เปิดดูใน 3D หรือ Section อย่างน้อย 1 จุด เพื่อยืนยันว่าเหล็กยังอยู่ใน host จริง

[!WARNING] สำหรับ workflow หลักของหนังสือ ให้ถือ Copy เป็นค่าเริ่มต้น แม้ Propagate Rebar จะช่วยประหยัดเวลาในบางกรณี แต่ต้องอาศัยการตัดสินว่า host ปลายทาง “ใกล้เคียงกันจริง” ซึ่งยังยากสำหรับผู้เริ่มต้น ถ้ายังไม่มั่นใจ ให้ทำตามหนังสือด้วย Copy ก่อน แล้วค่อยย้อนมาลอง Propagate Rebar ภายหลัง

[!IMPORTANT] กติกาง่าย ๆ สำหรับรอบแรก ถ้าในหัวข้อใดมีคำว่า advanced, Propagate Rebar, หรือพูดถึงการให้ระบบปรับเหล็กปลายทางเอง ให้ถือว่าไม่ใช่เส้นทางหลักของหนังสือ สำหรับคะแนนความถูกต้องและความปลอดภัยของโมเดล การทำช้ากว่าแต่ตรวจได้ชัดด้วย Copy ยังดีกว่าทำเร็วแล้วปลายทางเพี้ยนเงียบ

กรณีคำสั่งที่แนะนำใช้เมื่อไม่ควรใช้เมื่อ
เสาCopyต้องการคุมผลลัพธ์ปลายทางแบบชัดเจนและตรวจซ้ำได้ง่ายคาดหวังให้ระบบปรับ rebar ให้เองทุกต้นโดยไม่ตรวจ Plan, Section และ 3D
คานแนวเดียวกันCopyระยะ span เปลี่ยนได้ แต่ยังคุมการวางเองได้หวังให้ระบบปรับ rebar ให้เองทุกช่วง
คานต่างแนวแกนCopy หรือวางใหม่ต้องการควบคุม orientation เองแบบชัดเจนใช้ Propagate Rebar เพียงเพราะหน้าตัดเท่ากัน
ฐานรากCopyต้องการคุม footing ปลายทางทีละตำแหน่งและลดความเสี่ยงวางเหล็กผิด hostคาดหวังให้ระบบ propagate ให้เองทั้งชุดโดยไม่ตรวจ host condition รายฐาน
พื้นCopy + ตรวจซ้ำแบบพื้นแต่ละชั้นเหมือนกันมากและ openings ถูกล็อกแล้วboundary, shaft หรือ extra top ต่างกัน

[!WARNING] การใส่เหล็กเสาในมุมมอง Section ด้วย Parallel to Work Plane จะทำให้ได้เหล็กรูปสี่เหลี่ยมตั้งตระหง่านเท่าความสูงเสา แทนที่จะเป็นเหล็กปลอกแนวนอน! วิธีที่ถูกต้องที่สุดคือทำใน Plan View

  1. ไปที่หน้าแปลน F1 (หรือชั้นที่เห็นหน้าตัดเสา)
  2. จุดสำคัญคือให้มองที่แถบควบคุมมุมมองบริเวณมุมล่างซ้าย แล้วเปลี่ยน Detail Level (ไอคอนสี่เหลี่ยม) ให้เป็น Fine (ถ้าตั้งเป็น Coarse จะมองไม่เห็นเหล็กเสริมเลย)
  3. Zoom เข้าไปที่เสา C1 ที่มุม Grid A-1 ให้เห็นเสาเต็มจอ
  1. คลิกเลือก เสา C1 ในแปลน
  2. คลิก Rebar ใน Contextual Tab Modify | Structural Columns
  3. ตั้งค่าใน Properties & Options Bar:
    • Rebar Shape: เลือก M_T1 (สี่เหลี่ยมปิด)
    • Bar Diameter: เลือก 12 (DB12)
    • Placement Orientation: เลือก Parallel to Work Plane (ขนานกับระดับชั้น)
  4. เลื่อนเมาส์ไปที่ขอบเสา เส้นประสีเขียว (Cover) จะบังคับขนาดให้ -> คลิกวางเหล็กปลอก 1 ตัวจะปรากฏในหน้าแปลน
  5. จัดเรียงเป็นชุด (Rebar Set):
    • เลือกเหล็กปลอกที่วางไว้
    • ใน Properties เปลี่ยน Layout Rule: จาก Single เป็น Maximum Spacing
    • Spacing: ใส่ 150 (mm)
    • กด Enter -> เหล็กปลอกจะกระจายตัวเป็นชุดตลอดความยาวเสา!
  1. คลิกเลือก เสา C1 อีกครั้ง -> กด Rebar
  2. ตั้งค่า:
    • Rebar Shape: เลือก M_00 (เส้นตรง)
    • Bar Diameter: เลือก 25 (DB25)
    • Placement Orientation: เลือก Perpendicular to Cover (แทงทะลุจอ — เหล็กยาวตามแนวเสา)
    • [NEW] Layout: เปลี่ยนจาก Single เป็น Fixed Number แล้วใส่ 4 (ตั้งค่าก่อนวางเมาส์!)
  3. เลื่อนเมาส์ไปแตะที่ขอบด้านบนเสา (ด้านในปลอก) -> คุณจะเห็นเส้น Preview เหล็ก 4 เส้นเรียงกันเป็นหน้ากระดาน!
  4. เล็งให้สวยงามแล้ว คลิก 1 ครั้ง (วางเหล็กด้านบน 4 เส้นเสร็จแล้ว)
  5. ทำซ้ำที่ด้านล่าง (ได้เหล็ก 4+4 = 8 เส้น)
  6. จัดเรียง (ด้านซ้าย-ขวา):
    • ปรับ Layout บน Ribbon เป็น Fixed Number = 2
    • เลื่อนเมาส์ไปแตะขอบด้านซ้าย (ด้านในปลอก) ให้เห็น Preview เหล็ก 2 เส้น -> คลิกวาง
    • ทำซ้ำที่ด้านขวา (ได้เหล็ก 2+2 = 4 เส้น)
    • รวมเหล็กแถวบนล่าง (8) + แถวซ้ายขวา (4) = 12-DB25 พอดีโดยที่เหล็กไม่ชนกันที่มุมมุมเสา! ✅

ขั้นที่ 3: คัดลอกเหล็กไปยังเสาต้นอื่น (Main Path = Copy)

หัวข้อที่มีชื่อว่า “ขั้นที่ 3: คัดลอกเหล็กไปยังเสาต้นอื่น (Main Path = Copy)”

[!IMPORTANT] เส้นทางหลักของหนังสือในขั้นนี้คือ Copy ถ้าคุณกำลังทำตามหนังสือรอบแรก ให้ถือว่า Copy เป็นวิธีมาตรฐานก่อนเสมอ เพราะตรวจผลลัพธ์ปลายทางได้ตรงกว่าและย้อนแก้ได้ง่ายกว่า ส่วน Propagate Rebar ให้ถือเป็นทางเลือกขั้นสูงสำหรับกรณีที่ host ต้นทางและปลายทางใกล้เคียงกันจริงเท่านั้น

[!TIP] Checkpoint หลังใส่เหล็กเสา 1 ต้น ก่อน propagate ไปทั้งอาคาร ให้หยุดตรวจเสาต้นตัวอย่าง 1 ต้นก่อน:

  • มีเหล็กแกน 12-DB25
  • มีปลอก DB12@150
  • เหล็กทั้งหมดอยู่ในเสา ไม่ทะลุออกนอกคอนกรีต
  • ถ้าเปิด 3D/Section แล้วไม่เห็น warning หรือเส้นลอย ค่อยไปขั้น copy/propagate ต่อ ถ้าเสาต้นแรกยังไม่ถูก อย่าเพิ่ง copy หรือ propagate

เราไม่จำเป็นต้องวางเหล็กเสาทีละต้นให้ครบทั้ง 24 ต้นในทันที Revit มี 2 วิธีหลักสำหรับคัดลอกเหล็กไปยังหน้าตัดที่ใกล้เคียงกัน โดยเลือกใช้ตามความเหมาะสม:

วิธีที่ 1: ใช้ Propagate Rebar (ทางเลือกขั้นสูงเท่านั้น)

[!WARNING] ถ้ากำลังฝึกตามหนังสือรอบแรก ให้ข้ามวิธีนี้แล้วใช้ Copy ไปก่อน Propagate Rebar เหมาะกับกรณีที่ host ต้นทางและปลายทางใกล้เคียงกันจริงทั้ง geometry, cover, orientation และสภาพแวดล้อมรอบข้าง ถ้าตรวจแล้วปลายทางใดปลายทางหนึ่งไม่ผ่านในมุมมอง Plan, Section หรือ 3D ให้หยุดใช้ Propagate Rebar ทันที และกลับไปใช้ Copy ถ้ากำลังฝึกตามหนังสือแบบรอบแรก ให้ข้ามวิธีนี้ไปก่อน แล้วใช้ Copy ในวิธีถัดไปแทน

  1. ลากเมาส์ครอบเสา C1 ที่เราเพิ่งใส่เหล็กไป (ครอบให้โดนทั้งเสา ปลอก และเหล็กแกน)
  2. กดไอคอนกรวย Filter ยืนยันว่าเลือกเฉพาะ Structural Rebar -> กด OK
  3. มองหาปุ่ม Propagate Rebar (ไอคอนรูปเสา 2 ต้นมีลูกศรชี้) ในแถบ Modify ด้านบน แล้วคลิกเลยครับ
  4. มันจะถามว่าจะพริ้นต์เหล็กไปเสาต้นไหนบ้าง: ให้เลือกโหมด Align by Host
  5. จากนั้นลากเมาส์ครอบตึกทั้งหมด (เพื่อเลือกเสาอีก 23 ต้นที่เหลือ) -> แล้วกดปุ่ม Finish (เครื่องหมายถูกสีเขียว)

วิธีที่ 2: ใช้ Copy แบบรวดเดียว (วิธีหลักที่แนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นและงานทั่วไป) ถ้าใช้วิธีแรกแล้วขึ้น Warning สีเหลืองว่า “Rebar is placed completely outside of its host” หรือเหล็กเสาบางต้นหายไป เป็นเพราะเสาต้นเป้าหมายมีจำนวนคานมาเกาะไม่เท่ากับเสาต้นฉบับครับ ให้ใช้วิธี Copy แทน:

  1. ลากครอบเสา C1 -> กด Filter เลือกเฉพาะ Structural Rebar
  2. กดคำสั่ง Copy (หรือพิมพ์ CO) แล้วดูที่แถบสีเขียวด้านบน ให้ติ๊กถูกคำว่า Multiple
  3. คลิกที่ “จุดตัดมุม Grid กึ่งกลางเสา” เป็นจุดอ้างอิง
  4. นำเมาส์ไปคลิกที่มุม Grid ของเสาต้นอื่น ๆ ให้ครบทุกต้น เหล็กจะถูกคัดลอกไปตามจุดอ้างอิงที่เลือก

ขั้นที่ 4: ชมผลงานเหล็กและเคลียร์ Warning ใน 3D (View as Solid)

หัวข้อที่มีชื่อว่า “ขั้นที่ 4: ชมผลงานเหล็กและเคลียร์ Warning ใน 3D (View as Solid)”

หลายครั้งหลังคัดลอกเหล็กเสร็จ โปรแกรมอาจแสดงคำเตือนสีเหลืองว่า “Rebar is placed completely outside of its host” (โดยเฉพาะถ้าใช้วิธี Propagate Rebar) บางกรณี warning นี้อาจเกิดจากการตรวจจับบริเวณรอยต่อระหว่างเสากับพื้น แต่ห้ามสรุปทันทีว่าเป็น false alarm ทุกครั้ง วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือเปิดดูในมุมมอง 3D และ Section เพื่อยืนยันทั้งต้นทางและปลายทางก่อนครับ:

[!WARNING] อย่ากดผ่าน warning โดยยังไม่ได้ตรวจต้นทางและปลายทาง ถ้ามีข้อความ outside of its host หลัง Propagate หรือ Copy ให้สุ่มตรวจอย่างน้อย 1 ต้นต้นทางและ 1 ต้นปลายทางใน Plan + Section + 3D

  • เหล็กต้องยังอยู่ภายในคอนกรีต
  • cover และตำแหน่งปลายเหล็กต้องไม่ทะลุ host
  • ถ้าพบต้นใดต้นหนึ่งผิด อย่า propagate ต่อทั้งชั้น ให้ย้อนกลับมาแก้ที่เสาต้นแบบก่อน
  1. เปิดไปที่มุมมอง {3D}
  2. ลากเมาส์ล้อมครอบเสาทั้งหมดในชั้น 1 (ใช้ Filter เพื่อเลือกเฉพาะ Structural Rebar -> กด OK)
  3. ไปที่แผง Properties มุมซ้าย เลื่อนหาหมวด Graphics
  4. บรรทัด View Visibility States ให้กดปุ่ม Edit...
  5. ในหน้าต่างที่เด้งขึ้นมา หาบรรทัดบนสุดที่เป็น 3D View | {3D}
  6. ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ช่องสี่เหลี่ยมหลังสุด ตรงคอลัมน์ View Unobscured (หรือ View as Solid ในเวอร์ชั่นเก่า) -> กด OK
  7. สเต็ปสุดท้าย: ไปที่ไอคอนลูกบาศก์ล่างซ้าย (Visual Style) ปรับให้เป็น Wireframe

ซูมเข้าไปตรวจสอบใกล้ ๆ จะเห็นเหล็กเสริมแสดงเป็นแท่ง 3 มิติอยู่ภายในเสาคอนกรีต หากแท่งเหล็กยังอยู่ภายใน host อย่างถูกต้องและไม่ลอยออกนอกคอนกรีต คำเตือนดังกล่าวอาจไม่กระทบขั้นตอนถัดไป

[!NOTE] ความจริงบนไซต์งาน (Lap Splices & Couplers) ในความจริง เหล็กยาวยืดรวดเดียว 90 เมตร (30 ชั้น) ไม่มีขายครับ! (เหล็กมาตรฐานยาว 10-12 เมตร) วิศวกรจะตัดเหล็กเป็นท่อนๆ และใช้ “ข้อต่อเหล็ก (Coupler)” หรือ “การต่อทาบ (Lap Splice)” ที่บริเวณเหนือพื้นแต่ละชั้นเพื่อต่อความยาวขึ้นไป

[!CAUTION] ค่าด้านล่างเป็นตัวอย่างเชิง workshop เพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น ระยะต่อทาบจริงอาจต่างออกไปตามมาตรฐานที่ใช้, กำลังคอนกรีต, เกรดเหล็ก, สภาวะแรง, ระยะหุ้ม และ detailing ของโครงการ ถ้าจะนำไปใช้กับงานจริง ต้องให้วิศวกรผู้ออกแบบยืนยันก่อนเสมอ

ตัวอย่างการคำนวณระยะ Lap Splice

  • ระยะต่อทาบ = 40d (d = เส้นผ่าศูนย์กลางเหล็ก)
  • DB25: Lap = 40 × 25 = 1,000 mm (เหนือพื้น 1 เมตร)
  • DB20: Lap = 40 × 20 = 800 mm
  • ใน Revit ระดับ Pro จะมีฟังก์ชัน Rebar Splicing ช่วยตัดต่อเหล็กให้สมจริงครับ

[!WARNING] ค่า 40d ในตัวอย่างนี้เป็นเพียงสมมติฐานสำหรับ workshop เพื่ออธิบายหลักการต่อทาบเท่านั้น ห้ามนำไปใช้เป็นเกณฑ์ออกแบบหรือรายละเอียดก่อสร้างจริงโดยไม่ตรวจ design criteria, code ที่ใช้อ้างอิง และเงื่อนไขของโครงการก่อน

[!IMPORTANT] ถ้าทีมต้องทำงานระดับ production ให้แยก workshop value ออกจาก office standard ชัดเจนเสมอ เช่น:

  • ระยะ splice/lap ที่อนุญาต
  • วิธีตั้ง Partition, Mark และ Comments
  • วิธีตั้งชื่อ shape และ bar schedule
  • เกณฑ์ว่าเมื่อไรใช้ Copy, Propagate Rebar หรือ Rebuild หนังสือเล่มนี้สอนเส้นทางที่ปลอดภัยสำหรับฝึกใช้งาน แต่ค่า production จริงยังต้องอิงมาตรฐานทีมและวิศวกรผู้ออกแบบ

สเปคเหล็กคาน B1 : ปลอก DB10@200 + บน 5-DB20 + ล่าง 3-DB20

  1. กลับไปแปลน F1 (Project Browser > Structural Plans > F1)
  2. คำสั่ง View > Section (หรือกด SE)
  3. ลากเส้นตัดผ่า กลางคาน B1 โดยให้ลากจาก ซ้ายไปขวา หรือ บนลงล่าง เสมอ จากนั้นให้สังเกต ลูกศรสีฟ้า ท้ายเส้น Section ว่าชี้ไปในทิศทางที่ต้องการมองหรือไม่ หากชี้ผิดทิศ ให้คลิกลูกศรสองหัว (Flip Section) เพื่อกลับด้าน (คำเตือน: การมองรูปตัดผิดฝั่ง จะทำให้คุณใส่เหล็กรับโมเมนต์สลับฝั่งหัวเสาและทำให้อาคารวิบัติได้)
  4. ดับเบิลคลิกที่เส้น Section -> เปิดรูปตัดคาน
  5. ตั้ง Scale เป็น 1:20 หรือ 1:25 (คลิกตัวเลขมุมซ้ายล่าง) เพื่อให้เหมาะกับการกะระยะหน้าตัด
  6. สิ่งสำคัญที่สุด: ตั้ง Detail Level เป็น Fine (ไอคอนกล่องข้างๆ สเกล)
  1. คลิกเลือก คาน B1 ในรูปตัด
  2. คลิก Rebar ใน Contextual Tab Modify | Structural Framing
  3. ตั้งค่า:
    • Rebar Shape: เลือก M_T1 (สี่เหลี่ยมปิด)
    • Bar Diameter: เลือก 10 (DB10)
    • Placement Orientation: Parallel to Work Plane
  4. คลิกวางในคาน -> เหล็กปลอก 1 ตัวจะปรากฏ
  5. จัดเรียงเป็นชุด:
    • เลือกเหล็กปลอกที่วางไว้
    • ใน Properties เปลี่ยน Layout Rule: เป็น Maximum Spacing
    • Spacing: ใส่ 200 (mm)
    • กด Enter -> ปลอกกระจายตลอดความยาวคาน!
  1. คลิกเลือก คาน B1 อีกครั้ง -> กด Rebar
  2. ตั้งค่า:
    • Rebar Shape: เลือก M_00 (เส้นตรง)
    • Bar Diameter: เลือก 20 (DB20)
    • Placement Orientation: Perpendicular to Cover
    • [NEW] Layout: เปลี่ยนจาก Single เป็น Fixed Number แล้วใส่ 5 (ตั้งค่าก่อนวางเมาส์!)
  3. เลื่อนเมาส์ไปแตะที่ขอบบนคาน (ด้านในปลอก) -> ดูเส้น Preview 5 เส้น
  4. เล็งให้สวยงามแล้ว คลิกวาง
  5. ผลลัพธ์: เหล็กบน 5 เส้นกระจายเท่าๆ กันที่ขอบบนคาน ✅

[!TIP] วิธีแก้ปัญหา “เหล็กคานพุ่งทะลุเสา” (เพราะพื้นมาอมคาน) บ่อยครั้งที่พอวางเหล็ก 5 เส้นแล้ว ปลายเหล็กดันพุ่งทะลุเสาออกไปนอกอาคาร! สาเหตุเพราะ Revit ทายระยะผิดเนื่องจากมีพื้น (Floor) วิ่งมาอมทับหรืออยู่ระดับเดียวกับคาน วิธีแก้ที่มือโปรนิยมใช้มี 2 วิธีครับ:

วิธีที่ 1: ซ่อนพื้นไปก่อนชั่วคราว (ง่ายที่สุด) ก่อนกดคำสั่ง Rebar ให้คลิกเลือกแผ่นพื้น (Floor) ที่ทับคานอยู่ แล้วกดคีย์ลัด HH (Hide Element) เพื่อซ่อนพื้นชั่วคราว เมื่อวางเหล็ก โปรแกรมจะมองเห็นเฉพาะคานชัดขึ้นและช่วยให้ควบคุมปลายเหล็กได้ง่ายขึ้น วางเสร็จแล้วค่อยกด HR เพื่อเรียกพื้นกลับมา

วิธีที่ 2: ปิด Constrained Placement ตอนที่กดคำสั่ง Rebar และเลือกเหล็กเสร็จแล้ว ให้มองไปที่มุมขวาบนของ Ribbon หมวด Constraints จะเห็นปุ่ม Constrained Placement มันกดบุ๋มสีฟ้าอยู่ (แปลว่าโปรแกรมพยายามจะเดาระยะให้) ให้คลิกปิดปุ่มนี้ซะ! แล้วพอกดวาง เหล็กจะถูกบังคับให้อยู่แค่ในขอบเขตกล่อง Bounding Box ของคานนั่นเองครับ ไม่ยื่นมั่วซั่วแน่นอน

  1. คลิกเลือก คาน B1 อีกครั้ง -> กด Rebar
  2. ตั้งค่า:
    • Rebar Shape: M_00 (เส้นตรง)
    • Bar Diameter: 20 (DB20)
    • Placement Orientation: Perpendicular to Cover
    • [NEW] Layout: เปลี่ยนเป็น Fixed Number แล้วใส่ 3
  3. เลื่อนเมาส์ไปแตะที่ขอบล่างคาน (ด้านในปลอก) -> ดูเส้น Preview 3 เส้น
  4. คลิกวาง
  5. ผลลัพธ์: เหล็กล่าง 3 เส้นที่ขอบล่าง ✅

[!WARNING] เหล็กบน vs เหล็กล่าง: สังเกตตำแหน่งให้ดี!

  • เหล็กบน (รับ Moment -) ต้องอยู่ ชิดขอบบน ของคาน
  • เหล็กล่าง (รับ Moment +) ต้องอยู่ ชิดขอบล่าง ของคาน

ถ้าวางผิดด้าน โครงสร้างจะรับแรงไม่ได้ตามที่ออกแบบ อันตรายมาก!

[!TIP] Checkpoint หลังใส่เหล็กคานช่วงแรก ในรูปตัดต้องเห็นอย่างน้อย 3 ชุดชัดเจนก่อน:

  • เหล็กบน
  • เหล็กล่าง
  • เหล็กปลอก ถ้ายังมองไม่ออกว่าอะไรอยู่ชั้นบน/ล่าง ให้หยุดแก้ที่คานตัวอย่างก่อน แล้วค่อย copy ไป span อื่น

หลังจากเราเสร็จคานช่วงแรก (span เดียว) แล้ว เราจะคัดลอกไปช่วงเสาถัดไปให้คานยาวตลอดแนวอาคารด้วยคำสั่ง Copy ห้ามใช้ Propagate Rebar กับคานเด็ดขาด เพราะความยาวช่วงเสามักจะไม่เท่ากันครับ:

  1. เปิดกลับไปที่มุมมองแปลน F1 (ลบเส้น Section ทิ้งได้เลยถ้าเกะกะ)
  2. ลากเมาส์ครอบคานช่วงแรกที่เพิ่งใส่เหล็กไป ให้โดนทั้งคานและเส้นเหล็ก
  3. กดไอคอน Filter เลือกเฉพาะ Structural Rebar -> กด OK
  4. กดคำสั่ง Copy (CO) แล้วติ๊กถูกที่คำว่า Multiple บนแถบสีเขียว
  5. จุดอ้างอิง: คลิกที่ “จุดตัดมุม Grid กึ่งกลางเสา” ด้านซ้ายของคาน
  6. เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่จุดตัด Grid ของเสาต้นถัดๆ ไปทางขวาจนสุดแนวคาน
  7. ทริควิศวกร: เข้าไปเช็คใน 3D Wireframe ช่วงรอยต่อเสา เหล็กแกนคานท่อน 1 กับท่อน 2 ควรจะเกยทับกัน (Lap Splice) เหนือหัวเสา ไม่ขาดออกจากกันครับ!

[!TIP] คัดลอกเหล็กข้ามแกนคาน (เช่น จากคานตั้ง ไปใส่คานชด) ทำอย่างไร? คำสั่ง Copy ธรรมดาจะไม่สามารถหมุนทิศทางเหล็กจากแนวแกน Y ไปแนวแกน X ได้

ถ้าคานอยู่คนละแนวแกน ให้ถือว่า Copy หรือวางใหม่เป็นทางหลักก่อน จะพิจารณาใช้ Propagate Rebar ได้ก็ต่อเมื่อ geometry, span condition, support condition และ orientation ใกล้เคียงกันจริง และต้องตรวจคานปลายทางใน 3D หรือ Section อย่างน้อย 1 ช่วงก่อนคัดลอกต่อทั้งแนว ถ้ายังฝึกตามหนังสือเป็นรอบแรก หรือยังไม่มั่นใจว่าแต่ละช่วงคานเหมือนกันจริง ให้ข้ามวิธีนี้และใช้ Copy อย่างเดียวจะปลอดภัยกว่า

  1. ลากครอบคานต้นฉบับ -> Filter เลือกเฉพาะ Structural Rebar
  2. กดคำสั่ง Propagate Rebar บน Ribbon (ในหน้า Modify)
  3. เปลี่ยนโหมดการจัดวางซ้ายมือเป็น Align by Host
  4. นำเมาส์ไปคลิกที่ปูนคานในแนวแกนใหม่ -> กดปุ่ม Finish (เครื่องหมายถูกสีเขียว) โปรแกรมจะหมุนเหล็ก 90 องศาไปใส่คานตัวแนวนอนให้ทันที จากนั้นให้ทำตามข้อ 1-7 ด้านบนเพื่อคัดลอกแบบ Copy ปกติให้คานแนวนอนต่อไปจนสุดครับ

[!TIP] Cover (ระยะหุ้ม): Revit จะใช้ค่า Cover Distance เริ่มต้นจาก Type Properties ของชิ้นส่วน ถ้าต้องการเปลี่ยน (เช่น จาก 25 mm เป็น 40 mm) ให้คลิกที่คาน -> Properties -> Rebar Cover -> แก้ค่าตามต้องการ


สเปคเหล็กฐานราก F1

สเปคเหล็กฐานราก F1:

ตำแหน่งเบอร์ + ระยะทิศทาง
Bottom แนว XDB16 @ 200 mmชั้นล่าง แนว X
Bottom แนว YDB16 @ 200 mmชั้นล่าง แนว Y
Top แนว XDB12 @ 200 mmชั้นบน แนว X
Top แนว YDB12 @ 200 mmชั้นบน แนว Y

[!NOTE] Cover ฐานราก = 75 mm (สัมผัสดิน) ต่างจาก Column/Beam ที่ใช้ 25-40 mm ตาม มยผ. ต้องแก้ค่า Rebar Cover ที่ Type Properties ของฐานรากก่อนใส่เหล็ก

  1. ไปที่ Project Browser > Structural Plans > F1
  2. ซูม Zoom ไปที่ฐานรากต้นหนึ่ง
  3. ผ่า Section ตัดผ่านฐานราก (กด SE) ทั้งแนว X และ Y เพื่อเห็นหน้าตัด
  1. คลิกเลือกฐานราก F1
  2. Properties → คลิก Edit Type
  3. ปรับ Rebar Cover — Other Faces เป็น 75 mm → OK
  1. คลิกเลือกฐานราก → กด Rebar
  2. ตั้งค่า:
    • Rebar Shape: M_00
    • Bar Diameter: 16 (DB16)
    • Placement Orientation: Parallel to Work Plane
    • Layout: Maximum Spacing / 200 mm
  3. ชี้เมาส์ที่ ขอบล่าง ของฐานราก → คลิกวาง (Bottom แนว X)
  4. ทำซ้ำด้วย Perpendicular to Cover สำหรับ Bottom แนว Y
  1. ทำซ้ำขั้นที่ 3 แต่ชี้เมาส์ที่ ขอบบน ของฐานราก
  2. Top แนว X (DB12@200) และ Top แนว Y (DB12@200)

[!TIP] สำหรับฐานราก ให้ถือ Copy เป็นเส้นทางหลักก่อนเสมอ เพราะช่วยคุม footing ปลายทางทีละตำแหน่งและลดโอกาสวางเหล็กผิด host ถ้าฐานรากปลายทางมี footing type, cover และตำแหน่ง host ใกล้เคียงกันจริง จึงค่อยใช้ Propagate Rebar วิธีทำ: เลือกเหล็กทั้งหมดใน F1 → Propagate Rebar → เลือกฐานรากต้นอื่น → Finish

สำหรับผู้เริ่มต้นหรือกรณีที่ยังไม่มั่นใจว่า footing รอบข้างเหมือนกันจริง ให้ใช้ Copy เป็นค่าเริ่มต้นก่อน แล้วค่อยขยับไป Propagate Rebar เมื่อคุม host condition ได้ดีแล้ว ถ้ากำลังฝึกตามหนังสือแบบรอบแรก แนะนำให้ข้าม Propagate Rebar ไปเลยเพื่อไม่ให้ผลลัพธ์ปลายทางเพี้ยนเงียบ หลัง propagate หรือ copy ไปฐานรากต้นอื่นแล้ว ให้เปิดตรวจอย่างน้อย 1 ฐานใน Plan, Section และ 3D ก่อนคัดลอกต่อทั้งชุด

[!TIP] Checkpoint หลังใส่เหล็กฐานราก ในรูปตัดต้องแยกชั้นเหล็กบนและเหล็กล่างได้ชัด และเห็น cover ดินมากกว่าชิ้นส่วนทั่วไป ถ้าเหล็กชิดผิวปูนเกินไป ให้ย้อนกลับไปเช็ก Rebar Cover = 75 mm ถ้าเพิ่ง propagate ไปฐานรากต้นอื่น ให้สุ่มเปิดรูปตัดของฐานปลายทางอย่างน้อย 1 ต้นเพื่อยืนยันว่าเหล็กยังอยู่ใน host และ cover ยังถูกต้องก่อนทำต่อทั้งชุด


สเปคเหล็กพื้น S1 : Bottom DB16@200 + Top DB12@200 + Column Strip DB16@100

[!TIP] Area Reinforcement vs Manual Rebar — เลือกใช้อะไรดี? Autodesk Best Practice (2025) แนะนำให้ใช้คำสั่ง Area Reinforcement สำหรับพื้น General (เร็วกว่า Manual) และใช้ Manual Rebar แค่เฉพาะจุดที่ละเอียด:

วิธีใช้เมื่อไหร
Area Reinforcementพื้น General ทั้งแผ่น (เร็ว, Parametric)
Manual Rebarรอบช่องเปิด, ขอบพื้น, Extra Top หัวเสา

ที่สอนในหนังสือนี้เป็นวิธี Manual ซึ่งถูกต้องและควบคุมได้ละเอียดที่สุดครับ

พื้นคอนกรีต (Flat Slab) ใช้เหล็ก 2 ชั้น โดยเหล็กล่าง (Bottom) และเหล็กบน (Top) ทำหน้าที่รับแรงดึงตามสภาวะโมเมนต์คนละบริเวณของแผ่นพื้น ส่วนบริเวณหัวเสามักมีเหล็กบนเพิ่มเพื่อรับโมเมนต์ลบและช่วยควบคุมการแตกร้าว

ตำแหน่งเบอร์ + ระยะทิศทางPlacement Orientation
Bottom แนว XDB16 @ 200 mmชั้นล่าง, แนว XParallel to Work Plane
Bottom แนว YDB16 @ 200 mmชั้นล่าง, แนว YParallel to Work Plane
Top แนว XDB12 @ 200 mmชั้นบน, แนว XParallel to Work Plane
Top แนว YDB12 @ 200 mmชั้นบน, แนว YParallel to Work Plane
Extra Top หัวเสาDB16 @ 100 mmชั้นบน รัศมี 1500mm จากเสาParallel to Work Plane
  1. เปิดแปลน F1 (Structural Plans)
  2. ผ่า Section ตัดผ่านกลางพื้น (ลาก SE จากบนลงล่าง)
  3. ดับเบิลคลิกหัวลูกศร Section เปิดรูปตัด
  4. ตลาด Detail Level เป็น Fine (ถ้าเป็น Coarse จะมองไม่เห็นเหล็ก)
  1. ในหน้า Section คลิกเลือก แผ่นพื้น (เส้นสีเทา)
  2. กดคำสั่ง Rebar (หรือกด RB)
  3. ตั้งค่า:
    • Rebar Bar: DB16
    • Shape: M_00 (เส้นตรง)
    • Placement Orientation: Parallel to Work Plane
    • Layout: Maximum Spacing / Spacing: 200
  4. ชี้เมาส์ไปที่ ขอบล่างพื้น (ชิด Cover ล่าง) เหล็กจะวิ่งตามแนว X ให้ Preview
  5. คลิกวาง — ได้ Bottom X
  6. ทำซ้ำ เพื่อวาง Bottom Y: คลิกพื้นอีกครั้ง → Rebar → เปลี่ยน Orientation เป็น Perpendicular to Cover แล้วคลิกที่ขอบล่าง จะเห็นจุดกลมๆ (Bottom Y) ✔️
  1. คลิกเลือกพื้นอีกครั้ง → Rebar
  2. ตั้งค่า:
    • Rebar Bar: DB12
    • Shape: M_00
    • Placement Orientation: Parallel to Work Plane
    • Layout: Maximum Spacing / Spacing: 200
  3. ชี้เมาส์ไปที่ ขอบบนพื้น (ชิด Cover บน) เหล็กจะวิ่งตามแนว X
  4. คลิกวาง — ได้ Top X
  5. ทำซ้ำเพื่อ Top Y (Perpendicular to Cover ตรงขอบบน)

[!IMPORTANT] Bottom ต้องอยู่ใต้ Top เสมอ! ถ้าวางเหล็กสลับกัน โครงสร้างจะรับแรงผิด ครวจสอบใน Section View เสมอว่าเหล็กบนอยู่สูงกว่าเหล็กล่างเสมอ

บริเวณรอบหัวเสา (รัศมี 1,500 mm จากหน้าเสา) มักเสริมเหล็กชั้นบนเพิ่มเพื่อรองรับโมเมนต์ลบและควบคุมรอยร้าว โดยการตรวจ Punching Shear ต้องพิจารณาแยกตามการออกแบบโครงสร้าง ไม่ใช่อาศัยการใส่ top bars เพียงอย่างเดียว:

  1. คลิกเลือกพื้นอีกครั้ง → Rebar
  2. ตั้งค่า:
    • Rebar Bar: DB16
    • Placement Orientation: Parallel to Work Plane
    • Layout: Maximum Spacing / Spacing: 100
  3. ชี้เมาส์ที่ขอบบนพื้น ตรงแถวขนานมาข้างเสา (ทั้ง 2 ด้าน ซ้าย-ขวา)
  4. คลิกวาง — เหล็ก Extra Top X ใน Column Strip
  5. ทำซ้ำทิศทาง Y (กลับไปดูใน Plan View แล้วยืนยันว่าเหล็กครอบอยู่รอบหัวเสาทุกต้น)

[!TIP] Checkpoint หลังใส่เหล็กพื้นชั้นตัวอย่าง ก่อน copy ไปทุกชั้น ให้ตรวจพื้นชั้น F1 หรือชั้นตัวอย่าง 1 แผ่นก่อนว่า:

  • มี Bottom X และ Bottom Y
  • มี Top X และ Top Y
  • เหล็กบนอยู่ชิดขอบบน เหล็กล่างอยู่ชิดขอบล่าง
  • Extra Top รอบหัวเสาครอบเฉพาะบริเวณที่ต้องการ

[!TIP] เหล็กแบบ Mesh (พื้นเสมอกันทุกชั้น) ใช้ Copy + Paste Aligned to Selected Levels ได้เลย เพราะไม่มีความชั้นเน่า (Placement Orientation) ที่ต้องปรับตามหัวเสา แต่ Extra Top หัวเสาที่ตำแหน่งตรงกับเสาต้องชี้วางใหม่ทุกชั้นครับ

  1. ลากเมาส์ครอบเหล็กทั้งหมดในพื้น F1 (ครอบ Bottom X, Bottom Y, Top X, Top Y)
  2. กดไอคอน Filter → เลือกเฉพาะ Structural Rebar → กด OK
  3. กด Ctrl+C → ไปที่ Modify > Clipboard > Paste > Aligned to Selected Levels
  4. เลือกชั้น F2 ถึง F30 → กด OK
  5. เหล็กพื้นจะถูก Copy กระจายไปทุกชั้นทันที!

[!WARNING] Checkpoint หลัง Copy เหล็กพื้นขึ้นชั้น อย่าถือว่าเสร็จทันที ให้เปิดอย่างน้อย 1 ชั้นตัวอย่างเพื่อตรวจ:

  • Extra Top รอบเสาหรือบริเวณพิเศษยังตรงตำแหน่ง
  • ไม่มี Opening/ช่องบันไดทับกับชุดเหล็กที่คัดลอกมา
  • host slab ของชั้นปลายทางตรงกับชั้นที่คัดลอกไปจริง

[!TIP] เมื่อไหรควรใช้ Area Reinforcement? เหมาะสำหรับพื้นใหญ่ที่เหล็กสม่ำเสมอทั้งแผ่น ใส่ได้ใน Plan View โดยตรง เร็วกว่า Manual มาก

[!IMPORTANT] Prerequisite ก่อนเริ่ม

  • แผ่นพื้นต้องเป็น host ที่พร้อมรับ reinforcement แล้ว
  • ควรอยู่ในมุมมอง plan ที่ใช้ทำงานจริง และตั้ง Detail Level = Fine
  • ช่องเปิด, ช่องบันได และขอบพื้นหลักควรถูกแก้ให้เรียบร้อยก่อน
  • ถ้าไม่พบปุ่มคำสั่ง อย่าเพิ่งสรุปว่าเมนูหายไป ให้เช็ก selection, host, view และ discipline ก่อน
  1. เปิดแปลน F1 (Structural Plans)
  2. ตั้ง Detail Level = Fine

[!IMPORTANT] ตรวจ host ให้เรียบร้อยก่อนใช้ Area Reinforcement ก่อนเริ่มขั้นนี้ พื้นควรถูกตัดช่องเปิด, ช่องบันได, และขอบเขตที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว และไม่ควรมี sketch/edit mode ค้างอยู่จากคำสั่งอื่น เพราะถ้า host ยังเปลี่ยนทีหลัง ชุดเหล็กที่คัดลอกไปหลายชั้นอาจไม่ตรงกับ boundary ใหม่

  1. คลิกเลือก แผ่นพื้น S20 ในแปลน
  2. ถ้าเลือกพื้น (slab) อยู่ ให้มองหา ปุ่ม Area Reinforcement ใน Contextual Tab ของ host ที่เลือก ก่อน
    • ชื่อ Contextual Tab อาจต่างกันตาม host ที่เลือกและเวอร์ชันย่อยของ Revit
    • ถ้าไม่เห็นปุ่ม ให้เช็กก่อนว่าคุณเลือก slab host ถูกชิ้น, อยู่ใน view ที่เหมาะสม และไม่มี sketch/edit mode อื่นค้างอยู่
    • ถ้ายังไม่เห็นปุ่ม ให้ใช้เส้นทางที่ปลอดภัยสุดคือ Structure > Rebar > Area Reinforcement
  3. โปรแกรมเข้าโหมด Sketch (เส้นสีม่วง) — วาดเส้นขอบเขตครอบพื้นทั้งแผ่น:
    • ใช้ Pick Lines คลิกที่ขอบพื้นทั้ง 4 ด้านเพื่อให้เส้นปิดสนิทอัตโนมัติ
  4. กด ✅ Finish Edit Mode

หลังกด Finish จะได้กลุ่มเหล็กปรากฏในแปลน — คลิกเลือก Area Reinforcement แล้วดู Properties:

Propertyค่าที่ตั้งความหมาย
Top Layer — Major Direction Bar TypeDB12Top แนว X
Top Layer — Minor Direction Bar TypeDB12Top แนว Y
Top Layer — Major Spacing200 mmระยะห่าง Top X
Top Layer — Minor Spacing200 mmระยะห่าง Top Y
Bottom Layer — Major Direction Bar TypeDB16Bottom แนว X
Bottom Layer — Minor Direction Bar TypeDB16Bottom แนว Y
Bottom Layer — Major Spacing200 mmระยะห่าง Bottom X
Bottom Layer — Minor Spacing200 mmระยะห่าง Bottom Y

[!NOTE] Major Direction = แนวหลัก (ตามทิศการวางเส้น Sketch แรก) Minor Direction = แนวรอง (ตั้งฉากกับ Major 90°) สังเกตลูกศรสีฟ้าในแปลนว่าชี้ทิศทางไหน ถ้าต้องการหมุนให้คลิกที่ Property Rotation หรือกด Rotate (RO)

ขั้นที่ 3: เหล็กเสริมหัวเสา (Extra Top — ยังต้องทำ Manual)

หัวข้อที่มีชื่อว่า “ขั้นที่ 3: เหล็กเสริมหัวเสา (Extra Top — ยังต้องทำ Manual)”

[!IMPORTANT] Area Reinforcement จะใส่เหล็กสม่ำเสมอทั้งแผ่น แต่ไม่ทำ Extra Top หัวเสาให้ ต้องใช้ Manual Rebar วาง Extra Top DB16@100 รอบหัวเสาเพิ่มด้วยตนเองตามขั้นที่ 3 ในหัวข้อก่อนหน้าครับ

  1. คลิกเลือก Area Reinforcement ที่วางไว้ (คลิกที่เส้นขอบหรือลูกศร)
  2. กด Ctrl+C
  3. Modify > Paste > Aligned to Selected Levels
  4. เลือก F2 ถึง F30 → กด OK ✅

[!TIP] Area Reinforcement เป็น Parametric — ถ้าแก้ค่า Spacing หรือ Bar Type ที่ชั้น F1 แล้ว Copy ใหม่ ทุกชั้นจะอัปเดตตาม ไม่ต้องแก้ทีละชั้น!

[!WARNING] ถ้าชั้นปลายทางมี opening, shaft, หรือขอบพื้นไม่เหมือนชั้นต้นแบบ อย่ารีบถือว่าการ copy ใช้ได้กับทุกชั้น ให้เปิดตรวจอย่างน้อย 1-2 ชั้นตัวอย่างก่อนเสมอ


หัวข้อManual RebarArea Reinforcement
ความเร็วช้า (วางทีละเส้น)⚡ เร็วมาก (คลิกเดียว)
Controlสูง (ควบคุมทุกเส้น)ปานกลาง
Extra Top หัวเสา✅ ทำได้เลย❌ ต้องทำ Manual เพิ่ม
Around Opening✅ จัดการเองได้⚠️ ต้องตัดขอบเขตรอบช่อง
เหมาะกับรูปตัดซับซ้อน, Edge Detailพื้นใหญ่ สม่ำเสมอ

เหล็กพื้นมีจำนวนมากจนบดบังชิ้นส่วนอื่น มีวิธีซ่อนได้ 3 แบบ:

  1. คลิกเลือก Area Reinforcement ของพื้น
  2. กด HH → เหล็กพื้นหายทันที
  3. กู้คืนด้วย HR เมื่อต้องการดู

วิธีนี้ทำครั้งเดียวแล้วซ่อนเหล็กพื้นได้ทุก View พร้อมกัน:

ขั้นที่ 1: ตั้ง Partition บน Area Reinforcement

  1. คลิกเลือก Area Reinforcement
  2. Properties → หมวด Construction → ช่อง Partition → พิมพ์ Slab → Enter

ขั้นที่ 2: สร้าง Filter

  1. กด VV → Tab Filters → คลิก Edit/New…
  2. คลิกไอคอน New Filter → ตั้งชื่อ Hide Slab Rebar → OK
  3. ฝั่ง Categories → เลื่อนหา Structural Rebar → ติ๊กถูก ✅
  4. ฝั่ง Filter Rules → คลิก Add Rule → เลือก Partitionequals → พิมพ์ Slab
  5. กด OK

[!WARNING] ต้องมี Filter Rule Partition = Slab เสมอ! ถ้าไม่มีเงื่อนไข Filter จะซ่อนเหล็กทั้งหมด ไม่ใช่แค่เหล็กพื้น

ขั้นที่ 3: เปิดใช้ Filter ใน View

  1. ยังอยู่ที่ Tab Filters ใน VV → คลิก Add → เลือก Hide Slab Rebar
  2. ช่อง Visibilityเอาติ๊กออกOK

ขั้นที่ 4: ทำ View Template แยกสำหรับแปลนซ่อนเหล็ก

  1. ถ้าในโปรเจกต์มี Structural Plan - Standard จากบท 03 อยู่แล้ว อย่าใช้ชื่อเดิมซ้ำ
  2. ใช้ View > View Templates > Create Template from Current View แล้วตั้งชื่อใหม่เป็น Structural Plan - Rebar Hidden
  3. Project Browser → เลือกแปลนที่ต้องการใช้ template นี้
  4. คลิกขวา → Apply View Template → เลือก Structural Plan - Rebar Hidden → OK
  5. ทุกชั้นที่เลือกจะซ่อนเหล็กพื้นพร้อมกันทันที โดยไม่ชนกับ template มาตรฐานจากบท 03 ✅
  • View Control Bar ด้านล่าง → เปลี่ยนจาก Fine เป็น Coarse
  • เหล็กจะหายเพราะ Rebar แสดงเฉพาะ Detail Level = Medium/Fine เท่านั้น