โมเดลคอนกรีต (Modeling Concrete)
📋 ข้อมูลจาก ETABS (ผลการออกแบบ)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “📋 ข้อมูลจาก ETABS (ผลการออกแบบ)”ก่อนเริ่มขึ้นโมเดลใน Revit ให้เตรียมข้อมูลจาก ETABS ไว้ก่อน:
| ชิ้นส่วน | ชื่อ | ขนาด (mm) | วัสดุ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| เสา | C1 | 800 × 800 | C35 (350 ksc) | ทุกจุดตัด Grid |
| คาน | B1 | 300 × 600 | C35 (350 ksc) | ทุกแนว Grid |
| พื้น | S20 | หนา 200 | C28 (280 ksc) | Solid Slab |
[!IMPORTANT] ค่าเหล่านี้มาจากผลออกแบบใน ETABS ครับ ถ้าคุณออกแบบอาคารของตัวเอง ค่าจะไม่เหมือนกัน ให้ใช้ค่าจากโปรเจกต์ ETABS ของคุณแทนนะครับ
[!NOTE] สถานะของข้อมูลในบทนี้
- คำสั่ง, เมนู และพฤติกรรมการวาง model เป็น
Revit behavior- ขนาดเสา, คาน, พื้น และฐานรากในตารางนี้เป็น
project assumption / workshop value- ถ้าจะนำไปใช้กับงานจริง ให้ยึดค่าจากแบบคำนวณหรือโมเดลวิเคราะห์ของโครงการจริงแทน
✍️ Tutorial: ขึ้นโมเดลคอนโด 30 ชั้น
หัวข้อที่มีชื่อว่า “✍️ Tutorial: ขึ้นโมเดลคอนโด 30 ชั้น”[!NOTE] ก่อนเริ่มบทนี้ ควรทำบท 03 ให้จบก่อนอย่างน้อยในส่วนต่อไปนี้:
- Project Units ถูกต้อง
- มี Levels
F1-F30และRoof- มี Grids
A-Fและ1-4ถ้ายังไม่มี 3 อย่างนี้ ให้ย้อนกลับไปทำบท 03 ก่อน เพราะคำสั่ง At Grids และ Paste Aligned จะอ้างอิงจากข้อมูลชุดนี้โดยตรง
1. สร้างฐานรากหลักของบทฝึก (Isolated Foundation)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “1. สร้างฐานรากหลักของบทฝึก (Isolated Foundation)”[!IMPORTANT] Main tutorial path ของหนังสือเล่มนี้ ตั้งแต่บทนี้ไปจนถึงบทเหล็กในบท 05 ให้ถือว่า workflow หลักของคู่มือใช้ Isolated Foundation
F1 (2000x2000x500)เป็น host สำหรับการฝึกหัวข้อ Pile Foundation ด้านล่างเป็น optional realistic variant สำหรับคนที่อยากลอง workflow ฐานเสาเข็มเพิ่ม ไม่ควรทำสองระบบซ้อนกันในโมเดลเดียวถ้ายังฝึกตามหนังสือแบบทีละขั้น
ก่อนจะสร้างเสา เราควรมีฐานรากมารองรับการถ่ายน้ำหนักสู่ชั้นดินก่อนครับ:
ขั้นตอนสร้างฐานราก F1:
- ไปที่แปลน F1 (Project Browser > Structural Plans > F1)
- คำสั่ง Structure > Foundation > Isolated
- ใน Properties เลือก Family:
M_Footing-Rectangular- ถ้าไม่มี ให้ไปที่ Insert > Load Family แล้วเปิดหมวด
Foundationsใน library - หรือใช้ Insert > Load Autodesk Family แล้วค้นหา footing family ที่ต้องการ
- ถ้าไม่มี ให้ไปที่ Insert > Load Family แล้วเปิดหมวด
- กด Edit Type -> Duplicate -> ตั้งชื่อ:
F1 (2000x2000x500) - แก้ค่า Parameter:
- Width:
2000(mm) หรือ2.00(m) - Length:
2000หรือ2.00 - Thickness:
500หรือ0.50
- Width:
- กด OK
- คลิกปุ่ม At Grids -> ลากเมาส์ครอบจุดตัด Grid ทั้งหมด -> กด Finish ✅
- ฐานรากทั้ง 24 ฐานจะปรากฏอยู่ใต้ระดับ F1 ตามค่าระดับและ Offset ของ Family/Type ที่เลือกไว้ ถ้าตำแหน่งไม่ถูก ให้ตรวจ
Elevation at Top,Thickness, และOffset from Levelเพิ่มเติม
[!CAUTION] อย่าข้ามการนับจำนวนฐานรากหลังใช้
At Gridsหลังวางเสร็จ ให้ซูมตรวจอย่างน้อย 1 รอบว่าฐานรากลงครบทุกจุดตัดจริง ไม่มีจุดใดหายเพราะครอบเมาส์ไม่ครบ และไม่มีฐานรากซ้อนกันโดยไม่ตั้งใจ ถ้าพลาดแม้เพียง 1 จุด ตำแหน่งเสาและงานเหล็กในบทถัดไปจะเพี้ยนตามทั้งแนว
1.2 ทางเลือกเสริม: สร้างฐานรากเสาเข็ม (Pile Foundation)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “1.2 ทางเลือกเสริม: สร้างฐานรากเสาเข็ม (Pile Foundation)”[!WARNING] ถ้าฝึกตามหนังสือครั้งแรก ให้ข้ามหัวข้อนี้ไปก่อน หัวข้อนี้เป็น workflow เสริมสำหรับการลอง
Pile Foundation / Pile Capในบริบทใกล้งานจริง ถ้าคุณยังต้องการทำบท 05 ตามหนังสือแบบตรงตัว ให้ใช้เส้นทางหลักคือIsolated Foundationและไม่ควรผสมสองระบบไว้ในไฟล์ฝึกเดียวกัน
[!NOTE] Isolated Foundation vs Pile Foundation — ใช้อะไรดี?
รายการ Isolated Foundation (ฐานแผ่) Pile Foundation (ฐานเสาเข็ม) หลักการ กระจายน้ำหนักลงดินโดยตรง ถ่ายแรงผ่านเสาเข็มลงชั้นดินแข็งลึก ใช้เมื่อ ดินมีกำลังแบกทานสูง (> 10 t/m²) ดินบนอ่อน เช่น ดินเหนียวกรุงเทพฯ ความลึก 1–2 เมตร 15–30 เมตร เหมาะกับ อาคาร 3–5 ชั้น อาคารสูง 10+ ชั้น ค่าก่อสร้าง ถูกกว่า แพงกว่า แต่จำเป็นสำหรับตึกสูง สำหรับโปรเจกต์จริงลักษณะคอนโด 30 ชั้นในกรุงเทพฯ: ฐานเสาเข็มมักสมเหตุสมผลกว่าในเชิงวิศวกรรม แต่ ในคู่มือนี้ให้ยึด Isolated Foundation เป็นเส้นทางหลักของการฝึก เพื่อให้ workflow ในบท 04-05 ทำตามได้ตรงกันก่อน ถ้าต้องการลอง Pile Foundation ให้ถือว่าเป็นทางเลือกเสริม และควรแยกไฟล์หรือแยกช่วงทดลองจาก workflow หลักของหนังสือ
ข้อมูลเสาเข็มโครงการนี้:
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| ประเภท | เสาเข็มเจาะ (Bored Pile) |
| เส้นผ่าศูนย์กลาง | 600 mm |
| ความยาว | 21,000 mm |
| จำนวนต่อหัวเสา | 4 ต้น |
| ขนาด Pile Cap PC1 | 2,200 × 2,200 × 800 mm |
ขั้นที่ 1: Load Family เสาเข็ม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ขั้นที่ 1: Load Family เสาเข็ม”- ไปที่ Insert > Load Family
- ถ้ายังไม่มี family ของเสาเข็ม ให้ไปที่ Insert > Load Family แล้วเปิดหมวด
Foundations > Piles - เลือก
M_Concrete-Round-Pile.rfa→ กด Open
ขั้นที่ 2: สร้าง Pile Cap Type
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ขั้นที่ 2: สร้าง Pile Cap Type”Pile Cap คือ Block คอนกรีตหัวเสาเข็ม สร้างจาก Isolated Foundation แต่ใหญ่กว่า:
- คำสั่ง Structure > Foundation > Isolated
- เลือก
M_Footing-Rectangular→ Edit Type > Duplicate - ตั้งชื่อ
PC1 (2200x2200x800) - ตั้งค่า: Width
2200, Length2200, Thickness800→ OK - คลิก At Grids → เลือกทุกจุดตัด Grid → Finish ✅
ขั้นที่ 3: วางเสาเข็มใต้ Pile Cap
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ขั้นที่ 3: วางเสาเข็มใต้ Pile Cap”- คำสั่ง Structure > Foundation > Isolated
- เปลี่ยน Family เป็น
M_Concrete-Round-Pile - Edit Type > Duplicate → ตั้งชื่อ
Pile-600dia-21m - ตั้งค่า: Pile Diameter
600, Pile Length21000→ OK - วางเสาเข็ม 4 ต้น รอบจุดศูนย์กลางเสาแต่ละต้น ห่าง ±700 mm ในแนว X และ Y
[!TIP] ระยะห่างเสาเข็มตาม มยผ.: ระยะห่างหัวต่อหัว ≥ 3D = 3×600 = 1,800 mm เป็นอย่างน้อย
[!IMPORTANT] ตรวจสอบ Base Offset ของเสาเข็มใน Properties ต้องเป็นค่าลบ เช่น
-21000เพื่อให้เสาเข็มจมลงใต้ดินครับ
[!WARNING] เลือกทางเดียวก่อนเข้าบท 05
- ถ้าคุณฝึกตามหนังสือแบบเส้นทางหลัก: ใช้ Isolated Foundation แล้วไปต่อบทเหล็กได้ทันที
- ถ้าคุณเปลี่ยนไปใช้ Pile Foundation / Pile Cap เป็น host หลัก: รายละเอียดเหล็กฐานรากในบท 05 จะไม่ตรงแบบ 1:1 และต้องปรับเองตาม host ที่เปลี่ยนไป
- ถ้ายังไม่แน่ใจว่า host ไหนคือของที่คุณจะใช้ต่อจริง ให้หยุดที่บทนี้ก่อนและเลือกเส้นทางหลักเพียงแบบเดียว
2. สร้างเสา (Structural Columns)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “2. สร้างเสา (Structural Columns)”เสา C1 ขนาด 800×800 มม.
ขั้นตอนสร้าง Type ใหม่:
- ไปที่แปลน F1 (Structural Plans)
- คำสั่ง Structure > Column > Structural Column (หรือกด
CL) - ใน Properties (แถบซ้าย) คลิกที่ชื่อ Type ปัจจุบัน
- เลือก Family:
M_Concrete-Rectangular-Column- ถ้าไม่มี ให้คลิก Load Family -> ไปที่โฟลเดอร์
Structural > Columns > Concrete-> เลือกไฟล์.rfa
- ถ้าไม่มี ให้คลิก Load Family -> ไปที่โฟลเดอร์
- กด Edit Type -> กด Duplicate…
- ตั้งชื่อ:
C1 (800x800)-> กด OK - แก้ค่า Parameter:
- b:
800(ถ้าหน่วยเป็น mm) หรือ0.80(ถ้าเป็น m) - h:
800หรือ0.80
- b:
- กด OK
ขั้นตอนวางเสา (At Grids — วิธีเร็วสุด!):
- มองที่ Options Bar (แถบใต้ Ribbon):
- Depth: เปลี่ยนเป็น Height
- Level: เลือก F2 (เสาจะสูงจาก F1 ถึง F2)
- คลิก At Grids ใน Contextual Tab Modify | Place Structural Column
- ลากเมาส์ครอบ Grid ทั้งเส้นแนวตั้ง (A-F) และแนวนอน (1-4) ทั้งหมด
- กด Finish (เครื่องหมายถูกสีเขียว ✅)
- ผลลัพธ์: เสา 24 ต้น ปรากฏขึ้นมาครบทุกจุดตัด Grid!
[!TIP] Checkpoint หลังวางเสา ถ้าทำถูก ในแปลน F1 และใน 3D ควรเห็นเสา
24 ต้นครบทุกจุดตัด grid ถ้าจำนวนไม่ครบ ให้เช็กAt Grids,Level = F2, และตัวเลือกHeight
[!CAUTION] หลังใช้
At Gridsให้หมุนดูใน 3D หรือเปิดแปลนตรวจซ้ำว่ามีเสาครบทุก grid intersection จริง ถ้ามีเสาหายหรือวางซ้อนตั้งแต่ขั้นนี้ งานคานและพื้นในขั้นถัดไปจะอ้าง host ผิดทันที
[!WARNING] Depth vs Height: ถ้าเลือกผิดเป็น Depth เสาจะยื่นลงไป “ใต้ดิน” แทนที่จะขึ้นไปข้างบน ถ้าเสาหายไป ให้ Undo (
Ctrl+Z) แล้วเปลี่ยนเป็น Height ก่อนวางใหม่ครับ
3. สร้างคาน (Structural Framing / Beams)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3. สร้างคาน (Structural Framing / Beams)”คาน B1 ขนาด 300×600 มม.
ขั้นตอนสร้าง Type ใหม่:
- คำสั่ง Structure > Beam (หรือกด
BM) - ใน Properties เลือก Family:
M_Concrete-Rectangular-Beam- ถ้าหาไม่เจอ (สำหรับ Revit 2025/2026): ให้ไปที่แท็บ Insert > Load Autodesk Family (ไอคอนรูปก้อนเมฆ)
- ปรับภาษาเป็น English ค้นหาคำว่า
Concrete Rectangular Beamแล้วคลิกใช้งานได้เลย (สะดวกรวดเร็วกว่าการโหลดผ่านไฟล์แบบเดิม)
- Edit Type -> Duplicate -> ตั้งชื่อ:
B1 (300x600) - แก้ค่า:
- b:
300(mm) หรือ0.30(m) - h:
600(mm) หรือ0.60(m)
- b:
- กด OK
ขั้นตอนวางคาน (On Grids — วิธีเร็วสุด!):
- คลิก On Grids ใน Contextual Tab Modify | Place Beam
- ลากเมาส์ครอบ Grid ทั้งหมด
- กด Finish ✅
- ผลลัพธ์: คานทุกแนว Grid ปรากฏขึ้นมาอัตโนมัติ!
[!TIP] Checkpoint หลังวางคาน ถ้าทำถูก คานควรเชื่อมต่อทุกแนวกริดหลักของอาคารโดยไม่ขาดช่วง มองใน 3D แล้วไม่ควรมีคานลอยหรือคานหายไปบางช่องโดยไม่มีเหตุผล
[!TIP] ถ้าต้องการคานที่ไม่ตรงกับ Grid (เช่น คานรอง) ให้ใช้วิธีคลิก “จุดเริ่มต้น -> จุดปลาย” ด้วยมือแทน
4. สร้างพื้น (Structural Floors)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “4. สร้างพื้น (Structural Floors)”พื้น S20 หนา 200 มม.
ขั้นตอนสร้าง Type ใหม่:
- คำสั่ง Structure > Floor > Structural Floor
- ใน Properties ให้เช็คว่าเป็น Structural (ไม่ใช่ Architectural)
- ถ้าไม่ใช่ ให้คลิกเมนูดรอปดาวน์แล้วเลือก Floor ที่มีคำว่า Structural
- Edit Type -> Duplicate -> ตั้งชื่อ:
S20 - คลิก Edit Structure (ตรง Structure Parameter):
- ในตาราง Layer จะมี 1 แถว (Structure [1])
- แก้ Thickness:
200(mm) หรือ0.20(m) - แก้ Material: คลิกช่อง Material -> ค้นหาเลือก
Concrete - Cast-in-Place
- กด OK สองครั้ง
ขั้นตอนวาดขอบเขตพื้น:
- โปรแกรมจะเข้าโหมด Edit Boundary อัตโนมัติ (เส้นสีม่วง/ชมพู)
- คลิกเลือกเครื่องมือ Rectangle (สี่เหลี่ยมผืนผ้า) ในหมวด Draw (แถบสีเขียวอ่อนด้านบน)
- คลิกจุดเริ่มต้น: เล็งไปที่ จุดกึ่งกลางเสาซ้ายล่างสุด (จุดตัดระหว่าง Grid A กับ Grid 1) สังเกตสัญลักษณ์หน้าจอให้ขึ้นคำว่า
Intersectionหรือกากบาท แล้วคลิกเมาส์ 1 ที - คลิกจุดปลาย: ลากกรอบทแยงมุมขึ้นไปที่ จุดกึ่งกลางเสาขวาบนสุด (จุดตัดระหว่าง Grid F กับ Grid 4) รอให้ขึ้น
Intersectionแล้วคลิกเมาส์อีก 1 ที - ตรวจสอบว่าเส้นขอบสีชมพูวิ่งผ่านกึ่งกลางเสาทั้ง 24 ต้นพอดี (ครอบตึกทั้งหมด)
- กดเครื่องหมายถูก ✅ (Finish Edit Mode)
[!WARNING] เส้นต้องปิดสนิท! ถ้ามีช่องว่างแม้แต่นิดเดียว Revit จะฟ้อง Error: “The floor/slab is not enclosed” ให้ Zoom เข้าไปเช็คมุมทั้ง 4 ว่าเส้นต่อกันสนิทหรือไม่ ถ้าไม่สนิทให้ใช้ Trim/Extend (
TR) แก้ครับ
5. Copy ไปชั้นบน (3F - 30F) ⚡
หัวข้อที่มีชื่อว่า “5. Copy ไปชั้นบน (3F - 30F) ⚡”ไม่ต้องวาดใหม่ทีละชั้น! ใช้ Copy to Clipboard + Paste Aligned:
[!WARNING] Do Not Copy Box ก่อนกด
Ctrl+Cให้กรองออกให้หมดถ้ามีรายการเหล่านี้ปะปนอยู่:
LevelsGridsStructural Foundations- CAD/Link/Reference objects
ถ้าคัดลอกสิ่งเหล่านี้ขึ้นชั้นบนไปด้วย โมเดลจะเริ่มซ้อน, เพี้ยน, หรือแก้ยากทันที
- ไปที่มุมมอง 3D View (กดรูปบ้าน 🏠 ด้านบน)
- ลากเมาส์ครอบโมเดลทั้งหมดที่ชั้น F1
- กด Filter (icon กรวย) เลือกเฉพาะ:
- ✅ Floors (แผ่นพื้น)
- ✅ Structural Columns (เสา)
- ✅ Structural Framing (Other) (คาน)
- ❌ เอาติ๊กที่อย่างอื่นออกทั้งหมด! (เช่น Grids, Levels, Structural Foundations ห้ามคัดลอกขึ้นไปเด็ดขาด)
- กด OK -> กด
Ctrl+C(หรือไอคอน Copy to Clipboard ด้านบน) - กดลูกศรใต้คำว่า Paste > Aligned to Selected Levels
- ในหน้าต่าง Level เลือก F2 แล้วกด Shift ค้าง เลื่อนไปคลิก F30 (เพื่อเลือกรวดเดียว F2-F30)
- กด OK
รอสักพัก… ตูม! 🏢 คอนโด 30 ชั้นเสร็จสมบูรณ์ครับ!
เช็คผลลัพธ์: หมุน 3D View ดู ควรได้อาคาร 30 ชั้น ที่มีเสา คาน และพื้น ครบทุกชั้น
[!TIP] Checkpoint หลัง Paste Aligned ให้สุ่มเปิดอย่างน้อย 2 ชั้น เช่น
F2และF15
- มีเสา คาน พื้น ครบ
- ไม่มี
LevelหรือGridซ้อนเพิ่ม- ไม่มีฐานรากลอยขึ้นมาชั้นบน
- host ทุกชิ้นยังอยู่ชั้นที่ถูกต้อง
[!IMPORTANT] Checkpoint หลังจบ workflow หลักของบทนี้ ถ้าคุณต้องการไปต่อบท 05 ทันที โมเดลควรมีอย่างน้อย:
- ฐานรากที่ชั้น F1
- เสา คาน และพื้นครบถึงชั้น
F30- มองใน 3D แล้วองค์ประกอบไม่ลอย ไม่ขาด และไม่วางผิดชั้น ถ้ายังมี host ผิดตำแหน่ง อย่าเพิ่งไปบทเหล็ก เพราะ rebar จะตาม host ที่ผิดนั้นไปทั้งโมเดล
หัวข้อถัดจากนี้เป็น ทางเลือกเสริมท้ายบท สำหรับคนที่ต้องการตรวจ analytical model หรือทดลองสร้างทางลาดรถยนต์เพิ่มเติม ไม่ใช่เงื่อนไขบังคับก่อนเริ่มบท 05
6. ทางเลือกเสริม: เช็คความถูกต้อง (Analytical Model) 🔍
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6. ทางเลือกเสริม: เช็คความถูกต้อง (Analytical Model) 🔍”[!NOTE] หัวข้อนี้เป็น optional verification step สำหรับคนที่ต้องการใช้โมเดลต่อกับงานวิเคราะห์ ไม่ใช่เงื่อนไขบังคับก่อนเริ่มบทเหล็ก
ถ้าต้องการใช้โมเดลต่อกับ workflow วิเคราะห์โครงสร้าง ให้ตรวจ analytical model เบื้องต้นก่อน แต่ไม่ควรคิดว่ากด automation แล้วจบทุกกรณี เพราะ Revit ยังต้องให้เราตรวจผลลัพธ์ต่อเองครับ:
- ในหน้าจอ 3D View พิมพ์
VV(หรือVG) เพื่อเปิด Visibility/Graphic Overrides - ไปที่แท็บ Analytical Model Categories
- ติ๊กถูกที่กล่องแรกสุด
Show analytical model categories in this viewตรวจสอบว่ามีติ๊กถูกหมวดย่อยครบถ้วน แล้วกด OK - ทำตามข้อนี้ หากไม่เห็นเส้นอะไรปรากฏขึ้น (มักเกิดในบางโปรเจกต์ของ Revit 2025/2026):
- ไปที่แท็บ Analyze > Analytical Automation (ไอคอนรูปเฟือง)
- เลือกเพลย์ลิสต์
Physical to Analytical for Buildings - ตรงส่วน Select ให้คลุมเฉพาะองค์ประกอบที่รองรับ เช่น Columns, Beams, Walls, Floors ในจอ 3D -> จากนั้นกดปุ่ม
Run - รอให้โปรแกรมสร้าง analytical model เบื้องต้น แล้วกลับมาตรวจจุดต่อ, แนวแกน, และองค์ประกอบที่ยังต้องแก้มืออีกครั้ง
[!WARNING] จุดที่ต้องตรวจเอง: ถ้าซูมดูแล้วเส้น Analytical (ตามจุดตัดเสาคาน) ไม่เชื่อมติดกัน หรือเกิดจุดลอย ให้กลับไปเช็กตำแหน่ง host, join และแนวแกนก่อนส่งต่อไปโปรแกรมวิเคราะห์ เพราะ automation ไม่ได้แก้ topology ให้ถูกทั้งหมดอัตโนมัติ
หมายเหตุ: playlist
Physical to Analytical for Buildingsไม่ครอบคลุมฐานรากทุกประเภท ดังนั้นอย่าคาดหวังให้ foundation ถูกสร้าง analytical model ครบแบบเดียวกับเสา/คาน/ผนัง/พื้น
7. ทางเลือกเสริม: สร้างทางลาดรถยนต์ (Car Ramp)
หัวข้อที่มีชื่อว่า “7. ทางเลือกเสริม: สร้างทางลาดรถยนต์ (Car Ramp)”ทางลาดรถยนต์สร้างจาก Structural Floor + Slope Arrow ซึ่งทำให้พื้นเอียงตามมุมที่กำหนด
ข้อมูลทางลาด (Ramp) โครงการนี้:
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| ความกว้าง | 5,500 mm |
| จุดเริ่ม (FFL) | +1,550 mm จาก F1 |
| จุดสิ้นสุด (FFL) | +4,500 mm (ระดับ F2 มีออฟเซ็ต) |
| ความลาด | ≈ 15% (มาตรฐาน ≤ 20%) |
| ความหนาพื้น | 200 mm |
ขั้นที่ 1: สร้างพื้นทางลาด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ขั้นที่ 1: สร้างพื้นทางลาด”- เปิดแปลน F1 → คำสั่ง Structure > Floor: Structural Floor
- เลือก Type:
S20 (200mm)→ กด Edit Type ถ้าต้องการสร้าง Type ใหม่ - วาดขอบเขตพื้นเป็นสี่เหลี่ยมครอบพื้นที่ทางลาด (ยังไม่เอียง)
ขั้นที่ 2: เพิ่ม Slope Arrow
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ขั้นที่ 2: เพิ่ม Slope Arrow”ขณะยังอยู่ในโหมด Edit Boundary:
- ดู Ribbon หมวด Draw → คลิก
Slope Arrow - คลิกที่ จุดเริ่มต้น ทางลาด (ด้านล่าง/เตี้ย)
- ลากไปคลิกที่ จุดสิ้นสุด ทางลาด (ด้านบน/สูง)
- เลือก Slope Arrow ที่วางไว้ → ดูที่
Propertiesทางซ้ายมือ:
| Property | ค่า |
|---|---|
| Specify | Height at Tail (ระบุความสูงจากด้านต้น) |
| Height Offset at Tail | 1550 mm (ความสูง FFL จุดเริ่ม) |
| Height Offset at Head | 4500 mm (ความสูง FFL จุดปลาย) |
- กด ✅ Finish Edit Mode
[!TIP] เช็คความลาด: มุมลาด (%) = (ความสูงต่าง ÷ ระยะนอน) × 100 เช่น (4500-1550) ÷ 19500 × 100 = 15.1% ตาม มยผ. ต้องไม่เกิน 20%
[!IMPORTANT] Checkpoint หลังตั้ง Slope Arrow หลัง Finish ให้เปิด 3D หรือ Section ตรวจทันทีว่า:
- ด้าน Tail อยู่ที่ระดับเริ่มต้นจริง
- ด้าน Head สูงขึ้นตามค่าที่ตั้ง
- พื้นเอียงไปในทิศเดียวกับลูกศร ไม่กลับด้าน ถ้าทิศทางหรือระดับสลับกัน ให้กลับไปตรวจ
Height Offset at Tail/Headและทิศทางของ Slope Arrow ก่อนทำขั้นถัดไป
ขั้นที่ 3: ตรวจสอบใน 3D
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ขั้นที่ 3: ตรวจสอบใน 3D”- เปิด 3D View → ซูมดูพื้นทางลาด
- พื้นควรเอียงตาม Slope Arrow ที่กำหนด
[!NOTE] Wheel Guard (ราวกันตก): สร้างด้วย Structure > Wall: Structural Wall วางข้างทางลาด ความสูง 150-200 mm ความหนา 150 mm ตามมาตรฐานจอดรถครับ