ใส่เหล็กผนัง
24. แบบฝึกหัดที่ 5: ใส่เหล็กผนังด้วย Main Bars
หัวข้อที่มีชื่อว่า “24. แบบฝึกหัดที่ 5: ใส่เหล็กผนังด้วย Main Bars”บทนี้เพิ่มขึ้นจากปัญหาที่เจอบ่อยในงานจริง เพราะผนังเป็น host ที่ผู้เริ่มต้นมักเจอ warning ง่ายกว่าคานและเสา
เป้าหมายของบทนี้คือ
- ใส่เหล็กแนวตั้งให้
Structural Wall - ใส่เหล็กแนวนอนให้
Structural Wall - รู้ว่าควรตั้ง
cover,spacing, และoffsetอย่างไร - รู้วิธีเช็ก warning
Rebar is placed completely outside of its host
25. เตรียมผนังให้พร้อมก่อน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “25. เตรียมผนังให้พร้อมก่อน”ก่อนกด Main Bars ให้เช็กตามนี้
- ผนังต้องเป็น
Structural Wall - วัสดุของผนังต้องเป็นคอนกรีต
- ตั้ง
Rebar Cover - Exterior Face - ตั้ง
Rebar Cover - Interior Face - ตั้ง
Rebar Cover - Other Faces - เปิด
3D ViewและSectionสำหรับตรวจผล - ตั้ง
Detail Level = Fine
ถ้าจะฝึกครั้งแรก ให้ใช้ผนังตัวอย่างเรียบ ๆ ก่อน
- ความหนา
300 mmหรือ600 mm - ความสูง
3000 mm - ความยาว
6000 mm - ไม่ให้มี opening
- ไม่ให้ join ซับซ้อนเกินจำเป็น
26. ค่าเริ่มต้นที่แนะนำสำหรับการฝึก
หัวข้อที่มีชื่อว่า “26. ค่าเริ่มต้นที่แนะนำสำหรับการฝึก”สำหรับการฝึก workflow ให้เริ่มจากค่ากลาง ๆ ก่อน
Rebar type=10MVertical Bars spacing=200 mmHorizontal Bars spacing=200 mmCover=40 mmX1=40 mmX2=40 mmY1=40 mmY2=40 mmHook Angle=0
หมายเหตุ: ถ้าปลั๊กอินคำนวณ spacing ออกมาเป็น
197 mm,195 mmหรือค่าใกล้เคียง แปลว่าโปรแกรมกำลังกระจายเหล็กตามระยะสุทธิจริง ถือว่าใช้ได้ในการฝึก
27. ขั้นที่ 1: ใส่เหล็กแนวตั้ง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “27. ขั้นที่ 1: ใส่เหล็กแนวตั้ง”- เลือกผนัง
- ไปที่แท็บ
PowerPack Rebar - คลิก
Main Bars - ที่เมนูซ้าย เลือก
Vertical Bars - ตั้ง
Define distribution by = Spacing - ตั้ง
Spacing = 200 mm - เลือก
Rebar type = 10M - ใส่
Bottom offset (Y1) = 40 mm - ใส่
Top offset (Y2) = 40 mm - ใส่
Left offset (X1) = 40 mm - ใส่
Right offset (X2) = 40 mm - ตั้ง
Hook Angleทั้งสองฝั่งเป็น0
สิ่งที่ควรจำ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “สิ่งที่ควรจำ”- ถ้าคุณแก้
Spacingหลังจากใส่ offset แล้ว บางครั้ง offset อาจถูก reset - วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือ ใส่
Spacingให้เสร็จก่อน แล้วค่อยใส่ offset ทีหลังเป็นขั้นสุดท้าย
28. ขั้นที่ 2: ใส่เหล็กแนวนอน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “28. ขั้นที่ 2: ใส่เหล็กแนวนอน”- อยู่ในหน้าต่างเดิม
- ไปที่
Horizontal Bars - ตั้ง
Define distribution by = Spacing - ตั้ง
Spacing = 200 mm - เลือก
Rebar type = 10M - ใส่
Left offset (X1) = 40 mm - ใส่
Right offset (X2) = 40 mm - ใส่
Bottom offset (Y1) = 40 mm - ใส่
Top offset (Y2) = 40 mm - ตั้ง
Hook Angleทั้งสองฝั่งเป็น0
ถ้าเส้นล่างสุดยังเตือนว่าออกนอก host ให้ลองเพิ่ม
Bottom offset (Y1)เป็น60 mm- หรือ
75 mm
ถ้ายังเตือนเฉพาะมุมล่างซ้าย/ขวา ให้ลองเพิ่ม X1 หรือ X2 เพิ่มอีกทีละ 10-20 mm
29. ถ้าปุ่มบางตัวเป็นสีเทา
หัวข้อที่มีชื่อว่า “29. ถ้าปุ่มบางตัวเป็นสีเทา”ถ้าเมนูพวก Vertical Transversal Bars หรือ Horizontal Transversal Bars ใช้ไม่ได้ ให้เช็กว่า
Transverse reinforcement typeไม่ได้เป็นNone- host ที่เลือกเป็นผนังคอนกรีตจริง
- ผนังมีความหนาพอสำหรับเหล็กที่เลือก
เริ่มต้นให้ฝึกแค่ Vertical Bars และ Horizontal Bars ก่อนก็พอ
30. วิธีเช็ก warning ที่เจอบ่อยที่สุด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “30. วิธีเช็ก warning ที่เจอบ่อยที่สุด”warning ที่เจอบ่อยที่สุดในงานผนังคือ
Rebar is placed completely outside of its host
ให้เช็กตามลำดับนี้
Rebar Coverของผนังตรงกับ offset ที่คุณใส่หรือไม่- offset ยังมีช่องไหนเป็น
0อยู่หรือไม่ - เหล็กมี hook หรือ shape งอปลายจนเลยออกนอก host หรือไม่
- ผนังถูก
Flipผิดด้านหรือไม่ - ผนัง join กับองค์ประกอบอื่นจน geometry เพี้ยนหรือไม่
วิธีแก้แบบเร็ว
หัวข้อที่มีชื่อว่า “วิธีแก้แบบเร็ว”- ตั้ง
Rebar Coverของผนังให้ชัด เช่น40 mm - ตั้ง offset ให้เท่ากับ cover ก่อน
- ปิด hook ก่อนด้วยค่า
0 - ถ้ายังเตือนอยู่ ให้เพิ่ม offset ด้านที่มีปัญหาทีละน้อย
- เปิด
ShowหรือExpandในหน้าต่าง warning เพื่อดูว่าเป็นเส้นไหน
31. มุมมองที่ควรใช้กับงานผนัง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “31. มุมมองที่ควรใช้กับงานผนัง”3D Viewใช้ดูภาพรวมว่าชุดเหล็กขึ้นจริงไหมSectionใช้ดูว่าเหล็กอยู่ในเนื้อผนังจริงหรือทะลุออกนอกผนังPlanใช้ดูแนววางและความสัมพันธ์กับองค์ประกอบรอบข้าง
ถ้าจะเช็กปัญหา host/orientation ให้ Section กับ 3D สำคัญที่สุด
32. สรุปแบบสั้นที่สุด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “32. สรุปแบบสั้นที่สุด”ถ้าจะจำเฉพาะค่าเริ่มต้นสำหรับฝึก ให้จำตามนี้
10M @ 200 mmCover = 40 mmX1 = X2 = Y1 = Y2 = 40 mmHook = 0
แล้วค่อยปรับเพิ่มทีละน้อยเมื่อมี warning