ใส่เหล็กคาน
6. แบบฝึกหัดที่ 1: ใส่เหล็กคานด้วย Main Bars
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6. แบบฝึกหัดที่ 1: ใส่เหล็กคานด้วย Main Bars”นี่คือบทฝึกที่ควรทำก่อนที่สุด และควรทำตามลำดับนี้เสมอ
- ใส่
Bottom Longitudinal - ใส่
Top Longitudinal - ใส่
Transversal Bars
ถ้าคุณเพิ่งเริ่ม อย่าเริ่มจาก Beam Bottom Bars ก่อน เพราะเมนูนั้นเหมาะกับเหล็กเสริมเฉพาะช่วงรองรับมากกว่า ไม่ใช่การเริ่มวางเหล็กหลักทั้งคาน
6.1 เปิดมุมมองให้พร้อม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6.1 เปิดมุมมองให้พร้อม”- เปิด
3D View - เปิด
Structural PlanหรือSectionที่เห็นคานชัด - คลิกมุมมอง
3D - ตั้ง
Detail Level = Fine
6.2 เลือกคานให้ถูกตัว
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6.2 เลือกคานให้ถูกตัว”- คลิกคาน 1 ตัวในโมเดล
- ดู
Properties - ยืนยันว่าเป็น
Structural Beam - เช็กค่า
Rebar Cover - Top,Rebar Cover - Bottom,Rebar Cover - Other Faces
6.3 กดปุ่มไหนก่อน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6.3 กดปุ่มไหนก่อน”- ไปที่แท็บ
PowerPack Rebar - คลิก
Main Bars - เมื่อหน้าต่าง
Main Barsเปิดขึ้น ให้เริ่มที่เมนูซ้ายBottom Longitudinal
6.4 ขั้นที่ 1: ใส่ Bottom Longitudinal
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6.4 ขั้นที่ 1: ใส่ Bottom Longitudinal”ในหน้าต่าง Main Bars ให้คลิกเมนูซ้าย Bottom Longitudinal แล้วกรอกค่าเริ่มต้นนี้
[!WARNING] ค่า
Left offset (X1)และRight offset (X2)ที่เป็น0 mmใช้เพื่อการฝึกกับคานตัวอย่างเท่านั้น ไม่ใช่ค่าปลอดภัยทั่วไปสำหรับทุกคาน ถ้าRebar Coverของคานยังไม่ชัด ให้เริ่มจากค่า offset ที่สอดคล้องกับ cover ก่อน
Quantity=2Rebar type=10Mหรือ DB ที่เล็กใกล้เคียงถ้ามีLeft offset (X1)=0 mmถึง50 mmRight offset (X2)=0 mmถึง50 mmBottom offset (Z)=40 mmHook angle=0ถ้าต้องการเริ่มแบบตรง หรือปล่อยให้โปรแกรมคำนวณภายหลังHook length=0Anchorage length (A1)=150 mmAnchorage length (A2)=150 mm
ตารางค่าที่ต้องกรอก: Bottom Longitudinal
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ตารางค่าที่ต้องกรอก: Bottom Longitudinal”| ช่องที่ต้องกรอก | ค่าแนะนำ |
|---|---|
Quantity | 2 |
Rebar type | 10M |
Left offset (X1) | 0 mm หรือ 50 mm |
Right offset (X2) | 0 mm หรือ 50 mm |
Bottom offset (Z) | 40 mm |
Hook angle (1) | 0 deg |
Hook angle (2) | 0 deg |
Hook length (L1) | 0 mm |
Hook length (L2) | 0 mm |
Anchorage length (A1) | 150 mm |
Anchorage length (A2) | 150 mm |
วิธีทำทีละปุ่ม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “วิธีทำทีละปุ่ม”- คลิก
Bottom Longitudinal - คลิกช่อง
Quantityแล้วพิมพ์2 - คลิกช่อง
Rebar typeแล้วเลือก10M - คลิก
Left offset (X1)แล้วใส่0หรือ50 - คลิก
Right offset (X2)แล้วใส่0หรือ50 - คลิก
Bottom offset (Z)แล้วใส่40 - ถ้าต้องการให้โปรแกรมช่วยคำนวณความยาว ให้กด
Calculate bars length - ถ้าค่าบางตัวเปลี่ยนหลังคำนวณ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
- กด
OK
[!IMPORTANT] ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่า geometry และ
Rebar Coverของคานถูกต้องหรือไม่ อย่าเพิ่งกดCalculate bars lengthในรอบแรก ให้สร้างเหล็กด้วยค่าพื้นฐานก่อน แล้วค่อยกลับมาคำนวณภายหลัง
หมายเหตุสำคัญ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “หมายเหตุสำคัญ”- ถ้า
Quantity = 0จะไม่เกิดเหล็ก - ถ้ากด
Calculate bars lengthแล้วค่า offset หรือ anchorage เปลี่ยน เป็นเพราะโปรแกรมคำนวณตาม geometry จริง - ถ้าต้องการทดลองให้เหล็กขึ้นก่อน อาจกด
OKโดยไม่กดCalculate bars lengthก็ได้
6.5 เช็กผลของ Bottom Longitudinal
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6.5 เช็กผลของ Bottom Longitudinal”- กลับไปที่
3D View - ซูมเข้าที่คาน
- ดูว่ามีเหล็ก 2 เส้นบริเวณด้านล่างคานหรือไม่
- ถ้ายังไม่เห็น ให้กด
Rebar Visibility
สิ่งที่ควรเห็น
หัวข้อที่มีชื่อว่า “สิ่งที่ควรเห็น”- มีเหล็ก 2 เส้นอยู่ด้านล่างของคาน
- เหล็กอยู่ภายในคาน ไม่ทะลุออกนอกผิว
6.6 ขั้นที่ 2: ใส่ Top Longitudinal
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6.6 ขั้นที่ 2: ใส่ Top Longitudinal”หลังจากเห็นเหล็กล่างแล้ว ให้กลับเข้า Main Bars อีกครั้ง แล้วคลิกเมนูซ้าย Top Longitudinal
[!WARNING] อย่าใส่เหล็กบนต่อทันทีถ้ายังไม่เห็นเหล็กล่างใน
3D ViewหรือSectionเพราะถ้าเหล็กล่างยังผิดตำแหน่ง การใส่เหล็กบนเพิ่มจะทำให้แยกสาเหตุได้ยากขึ้น
ให้กรอกค่าตั้งต้นนี้
Quantity=2Rebar type=10MLeft offset (X1)=0 mmRight offset (X2)=0 mmTop offset (Z)=40 mmHook angle=0Hook length=0Anchorage length (A1)=0 mmถึง150 mmAnchorage length (A2)=0 mmถึง150 mm
ตารางค่าที่ต้องกรอก: Top Longitudinal
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ตารางค่าที่ต้องกรอก: Top Longitudinal”| ช่องที่ต้องกรอก | ค่าแนะนำ |
|---|---|
Quantity | 2 |
Rebar type | 10M |
Left offset (X1) | 0 mm |
Right offset (X2) | 0 mm |
Top offset (Z) | 40 mm |
Hook angle (1) | 0 deg |
Hook angle (2) | 0 deg |
Hook length (L1) | 0 mm |
Hook length (L2) | 0 mm |
Anchorage length (A1) | 0 mm หรือ 150 mm |
Anchorage length (A2) | 0 mm หรือ 150 mm |
วิธีทำทีละปุ่ม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “วิธีทำทีละปุ่ม”- คลิก
Top Longitudinal - ใส่
Quantity = 2 - เลือก
Rebar type = 10M - ใส่
Left offset (X1) = 0 - ใส่
Right offset (X2) = 0 - ใส่
Top offset (Z) = 40 - ถ้าต้องการ ให้กด
Calculate bars length - หรือถ้าต้องการทดลองแบบง่าย ให้กด
OKเลย
สิ่งที่ต้องระวัง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “สิ่งที่ต้องระวัง”- อย่าใส่
Top offset (Z)เป็นค่ามากเกินหน้าตัดคาน เช่น400 mmสำหรับคาน 16 x 32 - ค่า
Top offsetเป็นระยะจากผิวด้านบน ไม่ใช่ความลึกทั้งหมดของคาน
6.7 เช็กผลของ Top Longitudinal
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6.7 เช็กผลของ Top Longitudinal”- กลับไป
3D View - หมุนโมเดลดูด้านบนของคาน
- คลิกเหล็กแล้วดู
Properties - ถ้าทำถูก จะเห็น
G.Rebar Role = Top longitudinal layer
6.8 ขั้นที่ 3: ใส่ Transversal Bars
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6.8 ขั้นที่ 3: ใส่ Transversal Bars”หลังจากมีเหล็กบนและเหล็กล่างแล้ว ค่อยใส่ปลอกคาน
[!IMPORTANT] ถ้าเหล็กบนหรือเหล็กล่างยังทะลุออกนอกคาน หรือยังหาไม่เจอใน
3D Viewอย่าเพิ่งไปที่Transversal Barsให้แก้ longitudinal bars ให้เรียบร้อยก่อน
ปุ่มที่ต้องกด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ปุ่มที่ต้องกด”- เลือกคานเดิม
- ไปที่
PowerPack Rebar - คลิก
Main Bars - คลิกเมนูซ้าย
Transversal Bars
ค่าตั้งต้นสำหรับทดลอง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ค่าตั้งต้นสำหรับทดลอง”Start offset (O1)=50 mmถึง100 mmEnd offset (O2)=50 mmถึง100 mmLink rebar type=10Mถ้าในไฟล์มีแค่นี้ หรือใช้ขนาดเล็กกว่านี้ถ้ามีEnclosed links=10MConfigurations=StirrupsDefine distribution by=SpacingDistribution type=Uniform Distribution
ตารางค่าที่ต้องกรอก: Transversal Bars
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ตารางค่าที่ต้องกรอก: Transversal Bars”| ช่องที่ต้องกรอก | ค่าแนะนำ |
|---|---|
Start offset (O1) | 50 mm ถึง 100 mm |
End offset (O2) | 50 mm ถึง 100 mm |
Link rebar type | 10M |
Enclosed links | 10M |
Configurations | Stirrups |
Define distribution by | Spacing |
Distribution type | Uniform Distribution |
Q | ระบบคำนวณให้ |
S | 150 mm |
L | ระบบคำนวณให้ |
Link diameter | 10M |
Enclosed links ในตาราง | 10M |
ค่าชุดสั้นที่สุดสำหรับคานตัวอย่าง 16 x 32
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ค่าชุดสั้นที่สุดสำหรับคานตัวอย่าง 16 x 32”ถ้าคุณไม่อยากไล่อ่านหลายบรรทัด ให้กรอกตามนี้เลย
Bottom Longitudinal
หัวข้อที่มีชื่อว่า “Bottom Longitudinal”Quantity = 2Rebar type = 10MX1 = 0X2 = 0Z = 40A1 = 150A2 = 150
Top Longitudinal
หัวข้อที่มีชื่อว่า “Top Longitudinal”Quantity = 2Rebar type = 10MX1 = 0X2 = 0Z = 40A1 = 0หรือ150A2 = 0หรือ150
Transversal Bars
หัวข้อที่มีชื่อว่า “Transversal Bars”O1 = 50 ถึง 100O2 = 50 ถึง 100S = 150Configurations = StirrupsDefine distribution by = SpacingDistribution type = Uniform DistributionLink diameter = 10M
วิธีกรอกในตารางด้านล่าง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “วิธีกรอกในตารางด้านล่าง”- คลิกเครื่องหมาย
+สีเขียว - ให้มี 1 แถวเพิ่มขึ้นมา
- ในแถวนั้นให้ใส่
S=150 mmLink diameter=10MEnclosed links=10M
- ค่า
QและLปล่อยให้โปรแกรมคำนวณให้เอง - ดูบรรทัดเทาด้านบนว่าระบบคำนวณช่วงปลอกได้ยาวเกือบเต็มคานหรือไม่
- กด
OK
ค่าที่ใช้งานได้จริงจากการทดลอง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ค่าที่ใช้งานได้จริงจากการทดลอง”ค่าชุดนี้เป็นค่าที่ทดลองแล้วทำให้ Transversal Bars ขึ้นเต็มคานได้จริง
Configurations = StirrupsDefine distribution by = SpacingDistribution type = Uniform DistributionS = 150 mmLink rebar type = 10MEnclosed links = 10MStart offsetและEnd offsetหลังคำนวณอาจกลายเป็นประมาณ97 mm
วิธีเช็กว่าปลอกขึ้นถูกแล้วหรือยัง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “วิธีเช็กว่าปลอกขึ้นถูกแล้วหรือยัง”ให้ดู 2 จุดนี้
- บรรทัดเทาด้านบนในหน้าต่าง
Transversal Bars- ถ้าขึ้นประมาณ
37 bars from 97 mm to 5497 mmแปลว่าปลอกวิ่งเกือบเต็มคานแล้ว - ถ้าขึ้นประมาณ
12 bars from 50 mm to 1700 mmแปลว่าปลอกยังมาแค่บางช่วง
- ถ้าขึ้นประมาณ
- ดูใน
3D View- ถ้าปลอกขึ้นเต็มคาน จะเห็น stirrups เรียงตลอดช่วงคาน
ถ้าปลอกมาแค่ครึ่งคาน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ถ้าปลอกมาแค่ครึ่งคาน”ให้ตรวจตามนี้
Configurationsต้องเป็นStirrupsDefine distribution byต้องเป็นSpacingDistribution typeต้องเป็นUniform Distribution- อย่าใช้
Multiple linksสำหรับการทดลองครั้งแรก - ถ้าโปรแกรมคำนวณ
Start offsetและEnd offsetใหม่ อย่าตกใจ ให้ดูบรรทัดเทาด้านบนเป็นหลัก
ถ้าปลอกยังไม่ขึ้น
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ถ้าปลอกยังไม่ขึ้น”- ให้ถือว่าคานตัวนี้ผ่านขั้น
Main Barsแล้วถ้าเหล็กบน-ล่างขึ้นครบ - ปลอกอาจต้องปรับ distribution หรือชนิด link เพิ่มภายหลัง
- สำหรับผู้เริ่มต้น ให้ฝึกให้เหล็กบน-ล่างขึ้นให้ชัวร์ก่อน แล้วค่อยกลับมาปรับปลอก
6.9 เช็กผลหลังใส่เหล็กคานครบ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6.9 เช็กผลหลังใส่เหล็กคานครบ”หลังจากทำ Bottom Longitudinal และ Top Longitudinal แล้ว ให้ตรวจดังนี้
- เปิด
3D View - คลิกเหล็กแต่ละชุด
- ดู
Properties - ตรวจว่า role ถูกต้อง
สิ่งที่ควรเห็น
หัวข้อที่มีชื่อว่า “สิ่งที่ควรเห็น”- ชุดหนึ่งเป็น
Bottom longitudinal layer - อีกชุดหนึ่งเป็น
Top longitudinal layer - ทั้งสองชุดอยู่ภายในคาน
6.10 ถ้ายังไม่เห็นเหล็ก
หัวข้อที่มีชื่อว่า “6.10 ถ้ายังไม่เห็นเหล็ก”ให้ตรวจตามลำดับนี้
- มุมมองนี้เป็น
Fineหรือยัง - คานนี้เป็น
Structural Beamจริงหรือไม่ - cover ถูกตั้งไว้หรือยัง
- ใช้
Rebar Visibilityแล้วหรือยัง - คลิกใกล้คานแล้วกด
TABเพื่อไล่หาRebar