ข้ามไปยังเนื้อหา

เครื่องมือ PowerPack Rebar ใช้อะไรบ้าง

บทนี้ใช้เป็น “ชีทโกง” สำหรับเปิดดูเร็วเวลาจำไม่ได้ว่าปุ่มไหนเอาไว้ทำอะไร โดยอ้างอิงจาก ribbon ของ PowerPack Rebar ที่ใช้งานใน Revit

หมายเหตุ: บางปุ่มอาจแสดงต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันของ Revit, เวอร์ชันของ PowerPack, และชนิดของ element ที่คุณเลือกอยู่


ใช้สร้างหรือเลือก template มาตรฐานสำหรับงานออกแบบและงานเสริมเหล็ก เช่น beam, column, wall, slab หรือ footing เพื่อให้ element หลายตัวใช้หลักการตั้งค่าเดียวกัน

ใช้เช็กว่า element ที่เลือกอยู่มีสถานะอย่างไร กำลังอ้างอิง template ไหน หรือพร้อมสำหรับขั้นตอนคำนวณและ detailing หรือยัง

ใช้นำเข้าข้อมูลหรือการตั้งค่าจากไฟล์/โปรเจกต์อื่นเข้ามาในงานปัจจุบัน เพื่อลดการตั้งค่าซ้ำ


ใช้สร้างแนวทางจัดวางเหล็กหรือ cage พื้นฐานให้ element โครงสร้างแบบเร็ว เหมาะกับการเริ่มต้นก่อนปรับรายละเอียดจริง

ใช้จัดการ geometry ที่เกี่ยวข้องกับงานของ PowerPack เช่นข้อมูลหน้าตัด ระยะ หรือการตั้งค่าทางเรขาคณิตที่คำสั่งอื่นจะนำไปใช้ต่อ

เป็นปุ่มหลักที่สุดของแท็บนี้ ใช้ใส่เหล็กหลักให้ host เช่น

  • คาน: เหล็กล่าง เหล็กบน เหล็กปลอก
  • เสา: เหล็กยืน เหล็กยืนเสริม เหล็กปลอก เหล็กคาด
  • ผนัง: เหล็กแนวตั้ง เหล็กแนวนอน

ใช้เสริมเหล็กรอบช่องเปิดใน slab หรือ wall เช่นช่องลิฟต์ ช่องบันได ช่องงานระบบ หรือ opening อื่นที่ต้องเสริมเหล็กรอบขอบ

ใช้ลงเหล็กพื้นแบบอัตโนมัติ เหมาะกับงาน slab ที่ต้องการเริ่มต้นเร็ว แล้วค่อยตรวจ spacing, cover, opening และ detailing ต่อ

ใช้สร้างเหล็กแบบ hybrid ตามแนวทางของ Graitec ซึ่งช่วยให้จัดการ model และเอกสารได้ยืดหยุ่นในบางกรณี

ใช้รวม element หรือชุดเหล็กให้เป็นกลุ่มเพื่อให้จัดการพร้อมกันได้ง่ายขึ้น


ใช้คัดลอกชุดเหล็กจาก host ต้นแบบไปยัง host อื่น เช่นคัดลอกจากคานตัวหนึ่งไปยังคานอีกตัวที่หน้าตัดใกล้เคียงกัน

ใช้ลบชุดเหล็กที่สร้างจาก PowerPack ออก เมื่อทดลองแล้วผลไม่ถูกหรืออยากเริ่มใหม่

ใช้ควบคุมการมองเห็นเหล็กใน view ปัจจุบัน เหมาะมากเวลาโปรแกรมสร้างเหล็กแล้วแต่คุณยังหาไม่เจอใน plan, section หรือ 3D

ใช้กำหนด layer หรือชั้นของเหล็ก เพื่อช่วยจัดกลุ่ม ควบคุมการแสดงผล และใช้ต่อใน detailing/schedule

ใช้แยกเหล็กหรือแบ่งชุดเหล็กออกเป็นช่วงตามตำแหน่งที่ต้องการ

ใช้ตัดปลายเหล็กเมื่อชนขอบ host, ช่องเปิด หรือ geometry อื่นในโมเดล

ใช้จัดการชุดเหล็ก เช่นรวมชุด ปรับชุด หรือควบคุมลักษณะการกระจายของเหล็กที่สร้างไว้แล้ว

ใช้ตั้งหมายเลขเหล็กหรือ bar mark เพื่อให้สอดคล้องกับงาน schedule และเอกสารแบบ


ใช้คัดลอกรูปแบบ drawing/detail ที่มีอยู่แล้วไปใช้ซ้ำกับ element อื่น เพื่อลดงานซ้ำ

ใช้สร้างตารางเหล็กจากข้อมูลในโมเดลโดยอาศัยรูปแบบของ Graitec

ใช้ทำรายละเอียดเหล็กพื้น เช่นแนววางเหล็ก การอ้างอิงชั้นบนชั้นล่าง และรายละเอียดที่เกี่ยวกับ slab reinforcement

ใช้กำหนดบทบาทของเหล็ก เช่น main bars, ties, stirrups หรือบทบาทอื่น เพื่อให้การทำ detail และ schedule ถูกต้องขึ้น

ใช้สร้างรายละเอียดของเหล็ก เช่น bending detail, annotation, dimension และข้อมูลประกอบสำหรับแบบ shop drawing


ใช้กำหนดหรือเรียกใช้ข้อมูลชั้นดินที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งคำนวณบางประเภท

ใช้รันการคำนวณของ Graitec กับ element ที่เลือก

ใช้ดูผลลัพธ์หรือกราฟประกอบจากการคำนวณ


ใช้สร้างรายงานจากข้อมูลการคำนวณหรือผลลัพธ์ของ element ที่ทำงานอยู่

ใช้ตั้งค่าระบบของ PowerPack เช่นพฤติกรรมของคำสั่ง รูปแบบเอกสาร หรือการตั้งค่าที่ใช้ร่วมกันทั้งโปรเจกต์


ถ้าคุณเพิ่งเริ่มใช้งานจริง ให้โฟกัส 6 ปุ่มนี้ก่อน

  1. Main Bars
  2. Copy Rebar
  3. Auto Fabrics for Slabs
  4. Openings
  5. Rebar Visibility
  6. Reinforcement Schedule

ถ้าใช้ 6 ปุ่มนี้ได้คล่อง คุณจะเริ่มทำงานคาน เสา พื้น และผนังแบบพื้นฐานได้แล้ว


  • ถ้าจะ “สร้างเหล็ก” ให้เริ่มที่ Main Bars หรือ Auto Fabrics for Slabs
  • ถ้าจะ “แก้เหล็ก” ให้ดู Copy Rebar, Delete Rebar, Split Rebar, Cut Rebar
  • ถ้าจะ “ดูผล” ให้ใช้ Rebar Visibility
  • ถ้าจะ “ออกเอกสาร” ให้ดู Reinforcement Schedule และ Detail Rebar
  • ถ้าจะ “ตั้งค่าระบบ” ให้ดู Design Templates และ Configurations