ข้ามไปยังเนื้อหา

Workflow และการแก้ปัญหา

ให้ทำตามลำดับนี้ทุกครั้ง

  1. สร้างคาน
  2. ตั้ง cover
  3. เปิด 3D
  4. ใช้ Main Bars
  5. เช็กผล
  1. สร้างคานตัวที่สอง
  2. ใช้ Copy Rebar
  3. เช็กผล
  1. สร้างเสา
  2. ใช้ Main Bars
  3. เช็กใน section
  1. สร้างพื้น
  2. ใช้ Auto Fabrics for Slabs
  3. เช็กใน plan และ 3D

ถ้าทำครบ 4 รอบนี้ได้ คุณจะเริ่มจับ workflow ของ PowerPack Rebar ได้จริง


13. ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุด และวิธีเช็กแบบเร็ว

หัวข้อที่มีชื่อว่า “13. ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุด และวิธีเช็กแบบเร็ว”

ก่อนเริ่มแก้ปัญหา ให้แยกให้ออกก่อนว่า “ปัญหาเกิดจาก workflow ในโปรแกรม” หรือ “ปัญหาเกิดจากค่าทางวิศวกรรม/รายละเอียดจริง” เพราะค่าตัวอย่างในเล่มนี้มีไว้เพื่อฝึกการใช้คำสั่ง ไม่ได้แทนค่ามาตรฐานของทุกโปรเจกต์

เช็กตามนี้ทีละข้อ

  1. ตอนกดคำสั่ง คุณเลือก host แล้วหรือยัง
  2. host นั้นเป็น Structural จริงหรือไม่
  3. มุมมองที่ใช้อยู่เหมาะกับงานหรือไม่

เช็กตามนี้

  1. มุมมองเป็น Fine หรือยัง
  2. เปิด 3D View แล้วหรือยัง
  3. ใช้ Rebar Visibility แล้วหรือยัง

เช็กตามนี้

  1. cover ถูกหรือไม่
  2. ขนาดเหล็กใหญ่เกินไปหรือไม่
  3. จำนวนเหล็กมากเกินหน้าตัดหรือไม่

เช็กตามนี้

  1. host ปลายทางขนาดต่างจากต้นแบบมากไปหรือไม่
  2. orientation ต่างกันหรือไม่
  3. cover ต่างกันหรือไม่

ในงานจริง ไม่ควรวางทีละตัวตลอดทั้งโมเดล ให้ใช้วิธีนี้

  1. เลือกชิ้นต้นแบบ 1 ตัว
  2. ใส่เหล็กให้ต้นแบบจนถูก
  3. เช็กใน Plan, Section, 3D
  4. ใช้ Copy Rebar ไปยังชิ้นที่คล้ายกัน
  5. ตรวจซ้ำอีกครั้ง
  6. ค่อยทำ schedule หรือ drawing

หลักสำคัญคือ

ทำต้นแบบให้ถูกก่อน แล้วค่อยคัดลอก


ถ้าจะจำแค่ 5 ข้อ ให้จำตามนี้

  1. ต้องมี Structural host ก่อน
  2. ต้องเปิด 3D หรือ Section ไว้เช็กผล
  3. ต้องตั้ง Detail Level = Fine
  4. ต้องเช็ก Rebar Cover
  5. ให้เริ่มจาก Main Bars และ Copy Rebar

หลังจากทำคู่มือนี้แล้ว คุณควรไปต่อในหัวข้อเหล่านี้

  • ใส่เหล็กคานแบบแยกบน-ล่างละเอียดขึ้น
  • ใส่ stirrup หรือ ties
  • เสริมเหล็กรอบช่องเปิด
  • ตั้งหมายเลขเหล็ก
  • ทำ Reinforcement Schedule

ถ้าต้องการ ผมทำไฟล์ต่อให้ได้อีก 3 แบบ

  • powerpack-rebar-beam-step-by-step.md
  • powerpack-rebar-slab-step-by-step.md
  • powerpack-rebar-troubleshooting.md