ข้ามไปยังเนื้อหา

ภาพรวมและการเตรียมไฟล์

คู่มือนี้เขียนในสไตล์ “คลิกตามทีละปุ่ม” สำหรับผู้เริ่มต้นที่เพิ่งติดตั้ง GRAITEC PowerPack Rebar และต้องการเริ่มใช้งานจริงใน Revit ทันที เนื้อหาจะพาคุณเตรียมไฟล์ ทดลองใส่เหล็กในคาน เสา พื้น ผนัง และฐานราก ก่อนต่อไปยังงานช่องเปิด การแก้ชุดเหล็ก และการใช้ Detail Rebar, Reinforcement Schedule, Generate Report รวมถึงการตั้งระบบเบื้องต้น

หมายเหตุสำคัญ: ค่าขนาดเหล็ก, spacing, cover, offset, และจำนวนเหล็กในเล่มนี้เป็น “ค่าตัวอย่างเพื่อฝึก workflow ในโปรแกรม” ไม่ใช่ค่ามาตรฐานตายตัวสำหรับงานจริง เมื่อต้องทำงานจริงให้ยึดแบบโครงสร้าง มาตรฐานที่ใช้อ้างอิง และวิศวกรผู้ออกแบบเป็นหลัก


หลังจากทำตามคู่มือนี้จบ คุณควรทำได้อย่างน้อย 8 อย่าง

  1. รู้ว่าก่อนใช้ PowerPack Rebar ต้องเตรียมอะไร
  2. ใส่เหล็กพื้นฐานให้ Beam
  3. ใส่เหล็กพื้นฐานให้ Column
  4. ทดลองคำสั่งสำหรับ Slab
  5. ใส่เหล็กพื้นฐานให้ Wall
  6. ใส่เหล็กพื้นฐานให้ Footing
  7. รู้วิธีตรวจข้อความเตือน และแก้โมเดลเมื่อเริ่มต้นผิดที่ host, Rebar Cover หรือมุมมอง
  8. ต่อ workflow ไปยัง Openings, Edit Rebar, Detail, Schedule, และ Report

ถ้าตอนนี้ในไฟล์ของคุณยังไม่มีคาน เสา หรือพื้นคอนกรีต ให้สร้างโมเดลตัวอย่างเล็ก ๆ ก่อน แล้วค่อยเริ่มตามคู่มือนี้

เพื่อให้เนื้อหาอ่านต่อเนื่องและไม่สลับคำเรียกไปมา เล่มนี้จะใช้คำหลักดังนี้

  • เหล็กยืน = longitudinal bars หรือ main bars ในเสา
  • เหล็กยืนเสริม = secondary bars หรือ additional longitudinal bars
  • เหล็กปลอก = ties หรือ stirrups
  • เหล็กคาด = cross tie หรือเหล็กรัดด้านใน
  • เหล็กเดือย/เหล็กต่อ = starter bars หรือ dowels

เมื่อเป็นชื่อปุ่มหรือชื่อช่องในโปรแกรม จะคงชื่ออังกฤษในเครื่องหมาย backtick ตามหน้าจอของ PowerPack/Revit


ก่อนเริ่ม ให้ดูว่าคุณมี 4 ส่วนนี้บนหน้าจอหรือไม่

  • Ribbon ด้านบน สำหรับกดคำสั่ง
  • Properties ด้านซ้าย สำหรับดูค่าของวัตถุ
  • Project Browser ด้านขวา สำหรับเปิดมุมมอง
  • พื้นที่มุมมองตรงกลาง สำหรับวางโมเดล

แท็บที่เราจะใช้หลัก ๆ มี 3 แท็บ

  • Structure
  • View
  • PowerPack Rebar

ส่วนนี้สำคัญมาก ถ้าข้ามไป คำสั่งอาจกดแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น

PowerPack Rebar ต้องการ host ที่เป็นชิ้นส่วนโครงสร้าง เช่น

  • Structural Beam
  • Structural Column
  • Structural Floor
  • Structural Wall
  • Structural Foundation
  1. คลิกเลือกชิ้นส่วนในโมเดล
  2. ดูที่แถบ Properties
  3. อ่านชื่อหมวดหรือชนิดของชิ้นส่วนนั้น
  4. ถ้าเป็น beam, column, floor, wall หรือ foundation ฝั่งโครงสร้าง แปลว่าใช้ต่อได้
  • ถ้าเลือก Architectural Floor แทน Structural Floor บางคำสั่งจะไม่ทำงาน
  • ถ้าเลือก Basic Wall ที่ไม่ได้ตั้งเป็น Structural คำสั่งผนังอาจขึ้นไม่ครบหรือขึ้นข้อความเตือนได้ง่าย
  • ถ้าในจอมีแต่เส้น grid หรือมุมมองเปล่า ๆ โปรแกรมจะไม่มี host ให้ใส่เหล็ก

สำหรับผู้เริ่มต้น แนะนำให้เปิดอย่างน้อย 2 มุมมองคู่กัน

  • 3D View
  • Structural Plan หรือ Section
  1. ไปที่ Project Browser
  2. หาเมนู 3D Views
  3. ดับเบิลคลิก {3D}
  1. ไปที่ Project Browser
  2. หาเมนู Structural Plans
  3. ดับเบิลคลิกชั้นที่ต้องการ เช่น Level 1 หรือ L1
  1. ไปที่แท็บ View
  2. คลิก Section
  3. ลากเส้น section ผ่านคานหรือเสาที่ต้องการ
  4. ดับเบิลคลิกที่สัญลักษณ์ section เพื่อเปิดมุมมอง

เวลาฝึก ให้เปิด 3D View ไว้ตลอด เพราะจะช่วยเช็กได้เร็วที่สุดว่าเหล็กถูกสร้างจริงหรือไม่


ถ้าสร้างเหล็กแล้วมองไม่เห็น ส่วนใหญ่เกิดจากมุมมองยังไม่อยู่ที่ Fine

  1. คลิกเข้าไปในมุมมองที่ต้องการ เช่น 3D View
  2. มองที่แถบควบคุมมุมมองด้านล่างของหน้าจอ
  3. หาเมนู Detail Level
  4. เปลี่ยนเป็น Fine
  • รายละเอียดขององค์ประกอบจะชัดขึ้น
  • เหล็กมีโอกาสแสดงผลได้ถูกต้องขึ้น

ถ้า Rebar Cover ไม่ถูกต้อง เหล็กอาจไปอยู่ผิดตำแหน่งหรือทะลุ host

  1. คลิกเลือกคาน เสา หรือพื้น
  2. ดูที่แถบ Properties
  3. หา parameter ที่เกี่ยวกับ Rebar Cover เช่น
    • Top Cover
    • Bottom Cover
    • Other Faces Cover
    • Rebar Cover - Exterior Face
    • Rebar Cover - Interior Face
  4. ตรวจว่าค่าที่ใช้สมเหตุสมผล
  1. คลิกค่าของ Rebar Cover ใน Properties
  2. เลือกค่าที่มีอยู่แล้ว หรือสร้างค่าใหม่ตามมาตรฐานที่คุณใช้
  3. กด Apply ถ้ามีปุ่มให้กด

ไม่ว่าคุณจะทำคาน เสา พื้น ผนัง หรือฐานราก ให้เช็ก 5 ข้อนี้ก่อนเสมอ

  1. host ต้องเป็นชิ้นส่วนโครงสร้างจริง
  2. material ต้องเป็นคอนกรีตถ้าจะเสริมเหล็กในคอนกรีต
  3. Rebar Cover ต้องตั้งไว้ก่อนเริ่มใส่เหล็ก
  4. มุมมองที่ใช้ตรวจต้องมีอย่างน้อย 3D View และ Section หรือ Plan ที่เหมาะกับงานนั้น
  5. geometry ของ host ต้องไม่ซับซ้อนเกินจำเป็นสำหรับการฝึกครั้งแรก เช่น opening เยอะ, join หลายด้าน, wall orientation กลับด้าน หรือ footing รูปทรงซับซ้อน

ถ้าทำตาม 5 ข้อนี้ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาที่เจอบ่อยได้มาก

  • Rebar is placed completely outside of its host
  • กดคำสั่งแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • หาเหล็กไม่เจอหลังจากกด OK
  • คัดลอกเหล็กแล้วผลไม่เหมือนต้นแบบ

ตอนนี้ให้คลิกแท็บ PowerPack Rebar แล้วดูปุ่มหลักต่อไปนี้

  • Main Bars
  • Copy Rebar
  • Delete Rebar
  • Rebar Visibility
  • Auto Fabrics for Slabs
  • Slab Detailing
  • Reinforcement Schedule

ใช้สร้างเหล็กหลักในคานหรือเสา

ใช้คัดลอกชุดเหล็กจากชิ้นต้นแบบไปยังชิ้นอื่น

ใช้ลบเหล็กที่สร้างด้วยปลั๊กอิน

ใช้เปิดหรือปรับการแสดงผลของเหล็ก

ใช้ช่วยวางเหล็กหรือ fabric สำหรับพื้น

ใช้ทำงานเหล็กพื้นและรายละเอียดประกอบ

ใช้สร้างตารางเหล็กเบื้องต้น

สำหรับครั้งแรก อย่าพยายามใช้ทุกปุ่ม ให้เริ่มจาก Main Bars, Copy Rebar และ Auto Fabrics for Slabs ก่อน

หมายเหตุ: บทหลังจากนี้จะค่อย ๆ พาไปยัง Wall, Footing, Openings, Edit Rebar, Detail, Schedule, และ Report ตามลำดับ ไม่จำเป็นต้องจำทุกปุ่มตั้งแต่บทแรก