ใส่เหล็กพื้น
9. แบบฝึกหัดที่ 4: ทดลองงานพื้นด้วย Auto Fabrics for Slabs
หัวข้อที่มีชื่อว่า “9. แบบฝึกหัดที่ 4: ทดลองงานพื้นด้วย Auto Fabrics for Slabs”งานพื้นมักเป็นจุดที่ปลั๊กอินช่วยประหยัดเวลาได้มาก
9.1 เลือกพื้นให้ถูกก่อน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “9.1 เลือกพื้นให้ถูกก่อน”- เปิด
Structural Plan - คลิกเลือกพื้น
- ดูที่
Properties - ยืนยันว่าเป็น
Structural Floor
9.2 เรียกคำสั่งหลักของบทนี้
หัวข้อที่มีชื่อว่า “9.2 เรียกคำสั่งหลักของบทนี้”- ไปที่แท็บ
PowerPack Rebar - คลิก
Auto Fabrics for Slabs
ในบทนี้ให้ใช้
Auto Fabrics for Slabsเป็นคำสั่งหลักก่อน โดยยังไม่ใช้Slab Detailingเป็น workflow หลัก เพื่อให้มือใหม่เห็นผลเร็วและลดจำนวนตัวเลือกที่ต้องตัดสินใจ
9.3 เตรียมก่อนกรอกค่า
หัวข้อที่มีชื่อว่า “9.3 เตรียมก่อนกรอกค่า”ก่อนกรอกค่า ให้เช็ก 4 อย่างนี้ก่อน
- พื้นที่เลือกอยู่ใน
Structural Floor Detail Level = Fine- มี
3D Viewเปิดค้างไว้สำหรับเช็กผล - ค่า
Rebar Coverของพื้นถูกตั้งไว้แล้ว
ในบทพื้น ให้เริ่มจากค่าตั้งต้นแบบง่ายก่อน เพื่อให้เห็นผลเร็วและตรวจใน Plan กับ 3D ได้ทันที
9.3.1 ค่าเริ่มต้นที่แนะนำสำหรับชั้นล่าง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “9.3.1 ค่าเริ่มต้นที่แนะนำสำหรับชั้นล่าง”เมื่อเปิดหน้าต่าง Auto Fabrics for Slabs ให้กรอกค่าตั้งต้นนี้ก่อน
Reinforcement layer=BottomRebar/Fabric type= ชนิดที่มีในโปรเจกต์ เช่น10MDirection 1 spacing=150 mmDirection 2 spacing=150 mmCover=25 mmหรือค่าที่ตั้งไว้ในพื้นDistributionหรือLayout=Uniform
9.3.2 วิธีกรอกชั้นล่างทีละขั้น
หัวข้อที่มีชื่อว่า “9.3.2 วิธีกรอกชั้นล่างทีละขั้น”- คลิกช่อง
LayerหรือReinforcement layerแล้วเลือกBottom - เลือก
Rebar/Fabric type - ใส่
Direction 1 spacing = 150 mm - ใส่
Direction 2 spacing = 150 mm - ตรวจว่า
Coverตรงกับค่าRebar Coverของพื้น - ตรวจว่า
Distribution/Layout = Uniform - กด
ApplyหรือOK
9.3.3 ถ้าหน้าต่างมีให้เลือกทิศทางของเหล็กเพิ่ม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “9.3.3 ถ้าหน้าต่างมีให้เลือกทิศทางของเหล็กเพิ่ม”- ชุดแรกให้วางตาม
Direction 1 - จากนั้นค่อยสร้างอีกชุดตาม
Direction 2ถ้าปลั๊กอินไม่ได้สร้างให้ทั้งสองทิศในครั้งเดียว
9.3.4 วิธีสร้างชั้นบนต่อจากชั้นล่าง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “9.3.4 วิธีสร้างชั้นบนต่อจากชั้นล่าง”ให้เริ่มจากชั้นล่างก่อน
Layer=Bottom- กด
OKหรือApply - ตรวจผล
จากนั้นจึงกลับเข้าไปสร้างชั้นบน
Layer=Top- ใช้ค่าชนิดเหล็กและ spacing เดิม
- กด
OK
[!WARNING] ถ้าชั้นล่างยังไม่ขึ้น หรือยังมีข้อความเตือนว่าเหล็กออกนอก host อย่าเพิ่งสร้างชั้นบน เพราะจะทำให้ตรวจยากว่า problem อยู่ที่ชั้นไหน และเสี่ยงสร้างเหล็กซ้อนโดยไม่รู้ตัว
9.3.5 ถ้าหน้าต่างใช้ชื่อช่องไม่เหมือนกัน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “9.3.5 ถ้าหน้าต่างใช้ชื่อช่องไม่เหมือนกัน”บางโปรเจกต์อาจไม่ได้ใช้คำว่า Direction 1 และ Direction 2 ตรง ๆ ให้มองหาค่าที่มีความหมายเดียวกัน คือ
- ชนิดเหล็กหรือ fabric
- ระยะห่างแนวที่ 1
- ระยะห่างแนวที่ 2
- ชั้นบนหรือชั้นล่าง
- ค่า
Rebar Cover
หลักการคือเริ่มจากค่ากลาง ๆ ก่อน เช่น 10M @ 150 mm แล้วค่อยปรับตามงานจริงภายหลัง
แต่ถ้าคุณกำลังทำตามหนังสือเล่มนี้ ให้ยึดลำดับเดิมเสมอ คือ
- สร้าง
Bottomก่อน - ตรวจผลใน
Planและ3D - ค่อยกลับไปสร้าง
Top
9.4 วิธีเช็กว่าคำสั่งสร้างจริงแล้ว
หัวข้อที่มีชื่อว่า “9.4 วิธีเช็กว่าคำสั่งสร้างจริงแล้ว”หลังจากกด Apply หรือ OK สำหรับชั้นล่าง ให้เช็กทันที
- กลับไปที่
Plan - ซูมดูพื้นที่ของพื้น
- ถ้ายังไม่เห็น ให้เช็ก
Rebar Visibility - สลับไป
3D View - หมุนดูว่ามีเหล็กชั้นล่างเกิดขึ้นจริงหรือไม่
ถ้าชั้นล่างยังไม่แสดงผล อย่าเพิ่งสร้างชั้นบน ให้แก้ชั้นล่างจนตรวจเห็นได้ชัดก่อน
9.5 ยืนยันคำสั่ง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “9.5 ยืนยันคำสั่ง”- ตรวจค่าทั้งหมดอีกครั้ง
- คลิก
OKหรือApply
9.6 เช็กผลใน Plan และ 3D
หัวข้อที่มีชื่อว่า “9.6 เช็กผลใน Plan และ 3D”- กลับไปที่
Plan - ซูมให้เห็นพื้นที่พื้น
- จากนั้นสลับไป
3D View - หมุนดูว่ามีเหล็กเกิดขึ้นที่ชั้นบนหรือล่างตามที่เลือก
สิ่งที่ควรเห็นถ้าทำถูก
หัวข้อที่มีชื่อว่า “สิ่งที่ควรเห็นถ้าทำถูก”- แนวเหล็กเรียงตัวสม่ำเสมอ
- spacing ดูต่อเนื่อง
- เหล็กไม่ยื่นออกจากขอบพื้น
9.7 ข้อควรระวังก่อนขยับไปบทถัดไป
หัวข้อที่มีชื่อว่า “9.7 ข้อควรระวังก่อนขยับไปบทถัดไป”- ถ้า spacing แปลกหรือไม่ตรงเลขที่พิมพ์ ให้ดูบท
ค่าตัวอย่างสำหรับฝึก - ถ้าพื้นมีข้อความเตือนว่าเหล็กออกนอก host ให้กลับไปเช็ก
Rebar Coverก่อนเปลี่ยน spacing - ถ้าพื้นยังเป็น shape ซับซ้อน อย่าเพิ่งใช้เป็นกรณีฝึกครั้งแรก
ถ้าพื้นมีช่องเปิด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “ถ้าพื้นมีช่องเปิด”ช่วงเริ่มต้นยังไม่ต้องใช้พื้นซับซ้อน ให้ลองพื้นสี่เหลี่ยมเรียบ ๆ ก่อน แล้วค่อยไปฝึกงาน opening ภายหลัง