ข้ามไปยังเนื้อหา

ใส่เหล็กพื้น

งานพื้นมักเป็นจุดที่ปลั๊กอินช่วยประหยัดเวลาได้มาก

  1. เปิด Structural Plan
  2. คลิกเลือกพื้น
  3. ดูที่ Properties
  4. ยืนยันว่าเป็น Structural Floor
  1. ไปที่แท็บ PowerPack Rebar
  2. คลิก Auto Fabrics for Slabs

ในบทนี้ให้ใช้ Auto Fabrics for Slabs เป็นคำสั่งหลักก่อน โดยยังไม่ใช้ Slab Detailing เป็น workflow หลัก เพื่อให้มือใหม่เห็นผลเร็วและลดจำนวนตัวเลือกที่ต้องตัดสินใจ

ก่อนกรอกค่า ให้เช็ก 4 อย่างนี้ก่อน

  1. พื้นที่เลือกอยู่ใน Structural Floor
  2. Detail Level = Fine
  3. มี 3D View เปิดค้างไว้สำหรับเช็กผล
  4. ค่า Rebar Cover ของพื้นถูกตั้งไว้แล้ว

ในบทพื้น ให้เริ่มจากค่าตั้งต้นแบบง่ายก่อน เพื่อให้เห็นผลเร็วและตรวจใน Plan กับ 3D ได้ทันที

เมื่อเปิดหน้าต่าง Auto Fabrics for Slabs ให้กรอกค่าตั้งต้นนี้ก่อน

  • Reinforcement layer = Bottom
  • Rebar/Fabric type = ชนิดที่มีในโปรเจกต์ เช่น 10M
  • Direction 1 spacing = 150 mm
  • Direction 2 spacing = 150 mm
  • Cover = 25 mm หรือค่าที่ตั้งไว้ในพื้น
  • Distribution หรือ Layout = Uniform
  1. คลิกช่อง Layer หรือ Reinforcement layer แล้วเลือก Bottom
  2. เลือก Rebar/Fabric type
  3. ใส่ Direction 1 spacing = 150 mm
  4. ใส่ Direction 2 spacing = 150 mm
  5. ตรวจว่า Cover ตรงกับค่า Rebar Cover ของพื้น
  6. ตรวจว่า Distribution/Layout = Uniform
  7. กด Apply หรือ OK

9.3.3 ถ้าหน้าต่างมีให้เลือกทิศทางของเหล็กเพิ่ม

หัวข้อที่มีชื่อว่า “9.3.3 ถ้าหน้าต่างมีให้เลือกทิศทางของเหล็กเพิ่ม”
  • ชุดแรกให้วางตาม Direction 1
  • จากนั้นค่อยสร้างอีกชุดตาม Direction 2 ถ้าปลั๊กอินไม่ได้สร้างให้ทั้งสองทิศในครั้งเดียว

ให้เริ่มจากชั้นล่างก่อน

  • Layer = Bottom
  • กด OK หรือ Apply
  • ตรวจผล

จากนั้นจึงกลับเข้าไปสร้างชั้นบน

  • Layer = Top
  • ใช้ค่าชนิดเหล็กและ spacing เดิม
  • กด OK

[!WARNING] ถ้าชั้นล่างยังไม่ขึ้น หรือยังมีข้อความเตือนว่าเหล็กออกนอก host อย่าเพิ่งสร้างชั้นบน เพราะจะทำให้ตรวจยากว่า problem อยู่ที่ชั้นไหน และเสี่ยงสร้างเหล็กซ้อนโดยไม่รู้ตัว

บางโปรเจกต์อาจไม่ได้ใช้คำว่า Direction 1 และ Direction 2 ตรง ๆ ให้มองหาค่าที่มีความหมายเดียวกัน คือ

  • ชนิดเหล็กหรือ fabric
  • ระยะห่างแนวที่ 1
  • ระยะห่างแนวที่ 2
  • ชั้นบนหรือชั้นล่าง
  • ค่า Rebar Cover

หลักการคือเริ่มจากค่ากลาง ๆ ก่อน เช่น 10M @ 150 mm แล้วค่อยปรับตามงานจริงภายหลัง

แต่ถ้าคุณกำลังทำตามหนังสือเล่มนี้ ให้ยึดลำดับเดิมเสมอ คือ

  1. สร้าง Bottom ก่อน
  2. ตรวจผลใน Plan และ 3D
  3. ค่อยกลับไปสร้าง Top

หลังจากกด Apply หรือ OK สำหรับชั้นล่าง ให้เช็กทันที

  1. กลับไปที่ Plan
  2. ซูมดูพื้นที่ของพื้น
  3. ถ้ายังไม่เห็น ให้เช็ก Rebar Visibility
  4. สลับไป 3D View
  5. หมุนดูว่ามีเหล็กชั้นล่างเกิดขึ้นจริงหรือไม่

ถ้าชั้นล่างยังไม่แสดงผล อย่าเพิ่งสร้างชั้นบน ให้แก้ชั้นล่างจนตรวจเห็นได้ชัดก่อน

  1. ตรวจค่าทั้งหมดอีกครั้ง
  2. คลิก OK หรือ Apply
  1. กลับไปที่ Plan
  2. ซูมให้เห็นพื้นที่พื้น
  3. จากนั้นสลับไป 3D View
  4. หมุนดูว่ามีเหล็กเกิดขึ้นที่ชั้นบนหรือล่างตามที่เลือก
  • แนวเหล็กเรียงตัวสม่ำเสมอ
  • spacing ดูต่อเนื่อง
  • เหล็กไม่ยื่นออกจากขอบพื้น
  • ถ้า spacing แปลกหรือไม่ตรงเลขที่พิมพ์ ให้ดูบท ค่าตัวอย่างสำหรับฝึก
  • ถ้าพื้นมีข้อความเตือนว่าเหล็กออกนอก host ให้กลับไปเช็ก Rebar Cover ก่อนเปลี่ยน spacing
  • ถ้าพื้นยังเป็น shape ซับซ้อน อย่าเพิ่งใช้เป็นกรณีฝึกครั้งแรก

ช่วงเริ่มต้นยังไม่ต้องใช้พื้นซับซ้อน ให้ลองพื้นสี่เหลี่ยมเรียบ ๆ ก่อน แล้วค่อยไปฝึกงาน opening ภายหลัง