ข้ามไปยังเนื้อหา

เริ่มสร้างโปรเจกต์ (Starting Project)

การเริ่มต้นที่ถูกต้องสำคัญมาก! ให้ทำตามนี้:

  1. หน้า Home Screen คลิก New… (ตรง Models)
  2. ในช่อง Template File:
    • ถ้ามี Structural Analysis-DefaultMetric.rte ให้เลือกอันนี้
    • ถ้าไม่มี ให้กด Browse… แล้วหาไฟล์นามสกุล .rte ที่เป็น Metric Structural
    • ถ้าในเครื่องมีแค่ Imperial Multi-discipline ให้เลือกอันนี้ไปก่อนได้ แล้วไปตั้งค่า Project Units เป็น Metric ในขั้นที่ 2 ทันที
  3. กด OK

[!WARNING] ห้ามข้ามขั้นตั้งหน่วย! ถ้าเริ่มจาก Imperial (ฟุต/นิ้ว) แล้วไปวาดเสา 0.80 (คิดว่าเป็นเมตร) มันจะกลายเป็น 0.80 ฟุต = 24 ซม. ซึ่งอันตรายมาก ดังนั้นต้องเข้าไปตั้ง Project Units ให้เป็น Metric ก่อนเริ่มโมเดลเสมอ


ถึงแม้จะเลือก Metric Template แล้ว แต่ ต้องเช็คทุกครั้ง เพราะบางเครื่องอาจตั้งค่ามาไม่ตรง (โดยเฉพาะกรณีที่เริ่มจาก Imperial Template):

  1. กดคีย์ลัด UN แล้วกด Enter
  2. หน้าต่าง Project Units จะเปิดขึ้น ให้เช็คตามนี้:
หมวดหน่วยที่แนะนำตัวอย่าง
LengthMeters หรือ Millimetersเสา 0.80 m หรือ 800 mm
AreaSquare meters (m²)พื้นที่พื้น
VolumeCubic meters (m³)ปริมาตรคอนกรีต BOQ
ForceKilogram-force (kgf)ตรงกับ ETABS MKS
Momentkgf·mตรงกับ ETABS MKS
  1. ถ้าอยากเปลี่ยน ให้คลิกที่ช่อง Format ของหมวดนั้น -> เลือกหน่วยที่ต้องการ -> กด OK

[!NOTE] กรณีไม่มี Metric Template: ใช้ Imperial Multi-discipline ได้ แต่ให้ตั้งขั้นต่ำ 3 ค่าเป็น Metric ก่อนเริ่มงาน คือ Length, Area, Volume

[!IMPORTANT] ให้ตั้งหน่วยให้ตรงกับ ETABS เสมอ! ถ้าใน ETABS คุณใช้ Metric MKS (kg, m) ใน Revit ก็ต้องใช้ Meters + kgf เช่นกัน เพื่อกันค่าเพี้ยนตอนส่งข้อมูลไป-กลับ


เราจะสร้างโครงร่างอาคารให้ตรงกับโมเดล ETABS ของเรา:

ค่าที่ต้องตรงกับ ETABS:

ชั้นชื่อ Levelความสูง (m)สะสม (m)
ชั้น 11F0.000.00
ชั้น 22F3.003.00
ชั้น 33F3.006.00
3.00
ชั้น 3030F3.0087.00
หลังคาRoof3.0090.00

ขั้นตอน:

  1. ไปที่ Project Browser > Elevations (Building Elevation) > ดับเบิลคลิก East
  2. เราจะเห็น Level 1 และ Level 2 เดิมอยู่
  3. ใช้คำสั่ง Structure > Level (หรือกด LL)

วิธีสร้าง 30 ชั้นอย่างเร็ว (ไม่ต้องวาดทีละเส้น!):

  1. วาด Level 3 ที่ความสูง 6.00 m (ด้วยมือ หรือ Offset 3.00 จาก Level 2)
  2. เลือก Level 3 แล้วกด Modify > Array (หรือกด AR)
  3. ตั้งค่า Array:
    • Number: 29 (จำนวนชั้นที่เหลือ รวม Roof)
    • Move To: 2nd (ระยะห่างระหว่าง 2 ชั้นแรก)
    • วางจุดที่ 2 ห่างจากจุดแรก 3.00 m ขึ้นไป
  4. กด Enter -> ได้ Level ครบ 31 เส้น (1F ถึง Roof) ภายในคลิกเดียว!
  5. Rename: คลิกที่ชื่อ Level แล้วพิมพ์ชื่อใหม่ (1F, 2F, …, 30F, Roof)
    • ตอบ Yes เมื่อถามว่า “Would you like to rename corresponding views?”

[!TIP] ถ้าคุณใช้ Dynamo ได้ จะสร้าง Level + ตั้งชื่ออัตโนมัติได้เร็วกว่านี้อีก แต่สำหรับคู่มือนี้เราใช้วิธี Array เพื่อให้ทุกคนทำตามได้

ค่าที่ต้องตรงกับ ETABS:

แนวชื่อ Gridระยะห่าง
แนวตั้ง (X)A, B, C, D, E, F@6.00 m
แนวนอน (Y)1, 2, 3, 4@6.00 m

ขั้นตอน:

  1. กลับไปที่แปลนพื้น Level 1 (Project Browser > Structural Plans > Level 1)
  2. ใช้คำสั่ง Structure > Grid (หรือกด GR)
  3. แนวตั้ง (Grid A): คลิกจุดเริ่มต้น -> ลากขึ้นไปเป็นเส้นตั้ง -> คลิกจุดปลาย
  4. Grid B-F (ใช้ Copy):
    • เลือก Grid A แล้วกด CO (Copy)
    • พิมพ์ 6000 (ถ้าหน่วยเป็น mm) หรือ 6 (ถ้าหน่วยเป็น m) -> Enter
    • ทำซ้ำจนครบ 6 เส้น (A ถึง F)
  5. แนวนอน (Grid 1-4): ทำเหมือนกัน แต่วาดเส้นนอนแทน

[!NOTE] ชื่อ Grid ต้องตรงกับ ETABS เป๊ะๆ (A-F, 1-4) เพราะถ้าทำ Interoperability ในบทที่ 8 ชื่อที่ไม่ตรงกันจะทำให้โปรแกรมจับคู่ไม่ได้ครับ

ตอนนี้เรามีโครงร่าง “คอนโด 30 ชั้น” พร้อมแล้วครับ ในบทหน้าเราจะมาเริ่มวางเสาและคานกัน!