ข้ามไปยังเนื้อหา

การออกแบบและรายละเอียด (Design & Detailing)

เมื่อผลการวิเคราะห์ผ่านเกณฑ์การเคลื่อนตัว (Drift Check) แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการออกแบบหาปริมาณเหล็กเสริม และตรวจสอบหน้าตัด

ไปที่ Design > Concrete Frame Design > View/Revise Preferences:

  • Design Code: ตรวจสอบว่าเป็น ACI 318-19 หรือมาตรฐานที่ต้องการ
  • Seismic Design Category: หากออกแบบต้านแผ่นดินไหว ต้องเลือกเป็น D, E, หรือ F (ตามความรุนแรง)

สำหรับ Shear Wall ให้ไปที่ Design > Shear Wall Design > View/Revise Preferences


  • Concrete Frame: กด Shift+F6 หรือไปที่ Design > Concrete Frame Design > Start Design/Check
  • Shear Wall: ไปที่ Design > Shear Wall Design > Start Design/Check

ตัวเลขที่แสดงบนเส้นเฟรมคือ พื้นที่หน้าตัดเหล็กเสริม (Lognitudinal Reinforcement) หน่วย $\text{mm}^2$

  • คลิกขวาที่ชิ้นส่วน: เพื่อดูรายละเอียดการคำนวณ (Calculation Sheet)
  • ตรวจสอบ Interaction Diagram: ดูว่าจุด P-M อยู่ในกราฟหรือไม่ (ถ้าอยู่นอกกราฟ = ไม่ผ่าน/Overstress)

ดูผลการออกแบบของ Pier (แกนรับแรงตั้ง) และ Spandrel (คานเชื่อม)

  • Pier Longitudinal Reinforcement: ปริมาณเหล็กแกนตั้ง
  • Shear Reinforcement: ปริมาณเหล็กปลอก/เหล็กแนวนอน
  • Boundary Elements: ตรวจสอบว่าต้องเสริมเหล็กพิเศษที่ขอบผนังหรือไม่ (สำคัญมากสำหรับต้านแผ่นดินไหว)

ไปที่ Design > Concrete Frame Design > Verify All Members Passed

  • หากขึ้นข้อความ “All concrete frame members passed” แสดงว่าโมเดลผ่านทุกชิ้น ✅
  • หากมีชิ้นส่วนไม่ผ่าน (สีแดง/O/S) ให้ขยายหน้าตัด หรือเพิ่มกำลังวัสดุ แล้ว Run Analysis ใหม่

ค่าที่ ETABS ส่งออกมาคือ “พื้นที่หน้าตัดเหล็กที่ต้องการ ($A_s$ Required)” หน่วย $\text{mm}^2$ เราต้องแปลงเป็นจำนวนเส้นดังนี้:

  • ค่าที่แสดง: Top/Bottom Rebar Area (เช่น 1550 $\text{mm}^2$)
  • วิธีเลือกเหล็ก: เปิดตารางเหล็กแล้วเลือกจำนวนเส้นที่ผลรวม $A_s$ มากกว่าค่าที่แสดง
    • ตัวอย่าง: ต้องการ 1550 $\text{mm}^2$
    • ลองใช้ DB25 ($A_s = 491 \text{mm}^2$) จำนวน 4 เส้น = $4 \times 491 = 1964 \text{mm}^2$ (ผ่าน ✅)
    • สรุป: ใช้ 4-DB25
  • ค่าที่แสดง: $\text{mm}^2/\text{m}$ (พื้นที่เหล็กต่อความยาว 1 เมตร)
  • วิธีเลือกเหล็ก: คำนวณระยะห่าง (Spacing)
    • สูตร: $\text{Spacing (mm)} \le \frac{1000 \times A_{bar}}{A_{required}}$
    • ตัวอย่าง: ต้องการ 1000 $\text{mm}^2/\text{m}$
    • เลือกใช้เหล็ก DB12 ($A_s = 113.1 \text{mm}^2$)
    • $\text{Spacing} = \frac{1000 \times 113.1}{1000} = 113.1 \text{mm}$ $\rightarrow$ ปัดลงเป็น 100 mm
    • สรุป: ใช้ DB12 @ 0.10 m (สองชั้น)

  • P-M Ratio: เช็คอัตราส่วน P-M (Demand/Capacity)
    • ถ้า $< 0.5$: หน้าตัดใหญเกินไป (Overdesign) -> ลดขนาดได้
    • ถ้า $> 1.0$: หน้าตัดรับไม่ไหว (Fail) -> ต้องเพิ่มขนาด

  1. Select Combinations: ตรวจสอบว่าเลือกครบทั้ง Gravity และ Seismic/Wind combos
  2. Start Design: กด Shift+F6
  3. Check Column C1 (80x80):
    • คลิกขวาที่เสาชั้นล่างสุด
    • ดูค่า Rebar %: ช่วง 2-3% ถือว่าใช้งานได้ดี และโดยทั่วไปควรควบคุมให้อยู่ประมาณ 1-4%
    • ดู Interaction Diagram: จุด Force อยู่ภายในเส้นกราฟ = ผ่าน (Safe)
  1. Define General/Uniform Reinforcing: กำหนดเหล็กเสริมเบื้องต้นให้ Pier เช่น 2-SD25 @ 200 (สองชั้น)
  2. Start Design: กดปุ่ม Design Shear Wall
  3. Check Boundary Element: คลิกขวาที่ Pier ชั้นล่าง
    • ถ้า Need Boundary Element = Yes แปลว่าคอนกรีตรับแรงอัดที่มุมไม่ไหว ต้องเสริมเหล็กปลอกพิเศษ (Confined) ที่หัว-ท้ายกำแพง

🎉 ยินดีด้วย! คุณได้ออกแบบโครงสร้าง เสาและคาน ของตึกสูง 30 ชั้นเสร็จแล้ว ในบทต่อไป เราจะมาดูผลออกแบบ ผนังรับแรง (Pier/Spandrel) แบบละเอียดครับ


บทถัดไปเนื้อหา
บทที่ 10ผลออกแบบผนังรับแรง + Coupling Beam
บทที่ 11ฐานราก (Foundation Design)
บทที่ 12Template รายการคำนวณ
บทที่ 13แก้ปัญหาที่พบบ่อย