ข้ามไปยังเนื้อหา

ผนังรับแรง (Shear Wall Modeling)

อาคารสูง 30 ชั้น ไม่สามารถพึ่งแค่เสาและคาน ในการรับแรงด้านข้าง (ลม/แผ่นดินไหว) ได้ ต้องมี ผนังรับแรง (Shear Wall) เป็นตัวหลักในการรับแรง

ระบบDrift ประมาณเหมาะกับ
Moment Frame (เสา+คาน)H/100 - H/150อาคาร ≤ 10 ชั้น
Shear Wall SystemH/500 - H/800อาคาร 10-40 ชั้น
Dual System (ทั้งคู่)H/300 - H/500อาคาร 15-50 ชั้น

  1. ไปที่ Define > Section Properties > Wall Sections…
  2. กด Add New Section -> ตั้งชื่อ: SW30 (ผนัง 30 ซม.)
    • Membrane Thickness: 0.30 (m)
    • Bending Thickness: 0.30 (m)
    • Material: C35 (350 ksc)
  3. กด OK
  1. ไปที่แปลน Story1 ใน ETABS
  2. คำสั่ง Draw > Draw Wall/Area Object (หรือคลิก icon ผนัง)
  3. เลือก Section: SW30
  4. วาดผนังที่ตำแหน่ง แกนลิฟต์ (Core Wall):
    • คลิกจุดเริ่มต้น (เช่น Grid C-2)
    • คลิกจุดปลาย (เช่น Grid D-2)
    • ทำซ้ำจนครบทุกด้านของแกนลิฟต์
  5. วาดผนังตรง บันได (ถ้ามี)

[!TIP] ตำแหน่งที่ดี: ให้วางผนังรับแรงให้ สมมาตร มากที่สุด (ทั้งแนว X และ Y) เพื่อลด Torsion (การบิด) ตำแหน่งยอดนิยมคือ: แกนลิฟต์, บันได, มุมอาคาร

[!WARNING] ถ้าไม่กำหนด Pier Label → ETABS จะไม่ออกแบบผนังให้! นี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด

Pier คืออะไร? = ส่วนตั้ง (แนวดิ่ง) ของผนังรับแรง

  1. เลือกผนังที่ต้องการ (คลิกที่ผนัง)
  2. คำสั่ง Assign > Shell > Pier Label…
  3. กด Add New Label -> ตั้งชื่อ: P1 (Pier 1)
  4. กด OK -> กด OK อีกครั้ง
  5. ทำซ้ำทุกผนัง (ผนังที่อยู่แนวเดียวกัน ใช้ชื่อเดียวกันได้)

ตัวอย่างการตั้งชื่อ:

ตำแหน่งชื่อ Pierทิศทางรับแรง
แกนลิฟต์ ฝั่ง X (ซ้าย)P1แนว X
แกนลิฟต์ ฝั่ง X (ขวา)P2แนว X
แกนลิฟต์ ฝั่ง Y (หน้า)P3แนว Y
แกนลิฟต์ ฝั่ง Y (หลัง)P4แนว Y
บันได ซ้ายP5แนว Y
บันได ขวาP6แนว Y

Spandrel คืออะไร? = ส่วนนอน (แนวราบ) ที่เชื่อมระหว่าง Pier 2 ตัว เช่น คานทับหลัง หรือ Coupling Beam

  1. เลือก คานเชื่อม ระหว่างผนัง 2 แผ่น (หรือส่วนผนังที่อยู่เหนือช่องเปิด)
  2. คำสั่ง Assign > Shell > Spandrel Label…
  3. ตั้งชื่อ: SP1 (Spandrel 1)
  4. กด OK

[!NOTE] ในบทนี้เราวาดและตั้งชื่อ Pier/Spandrel เท่านั้น ผลออกแบบจะอ่านได้หลัง Run Analysis + Design ในบทที่ 9-10 ครับ

ตอนนี้โครงสร้างพร้อมแล้ว! ไปใส่แรงกันต่อในบทที่ 6 ครับ 🚀